คลังเก็บป้ายกำกับ: สังคมทั่วไป

Clarke Quay คลาร์กคีย์

FORT CANNING PARK สวนสาธารณะแห่งนี้มีความหมายว่าเนินเขาต้องห้าม คนโบราณเชื่อว่าเป็ฯที่ฝังพระศพของกษัตริย์มาเลย์พระองค์หนึ่ง จึงไม่มีใครกล้าตั้งรกรากบริเวณนี้ กระทั่งเซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ ผู้มีความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ได้เล็งเห็นพรรณไม้ใหญ่มากมายบนเนิเขา จึงเริ่มแผ้วถางที่ทางเปลี่ยนเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของสิงคโปร์ พร้อมกับสร้างบ้านพักของท่านเอง

ปัจจุบันฟอร์ตแคนนิงเป็นปอดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เชื่อมพื้นที่ถนนออร์ชาร์ด ซิตี้ฮอลล์ และคลาร์กคีย์เข้าด้วยกัน ด้วยความสูงจากพื้นดินประมาณ 60 เมตร เราจึงมองเห็นวิวเมืองในบางจุดได้ การเดินเล่นในสวนแห่งนี้ควรเตรียมรองเท้าลุยให้พร้อม เพราะหลายช่วงต้องเดินขึ้นลงเขาบันไดหลายสิบขั้น

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสวนแห่งนี้ประกอบด้วย Battle Box ห้องบัญชาการใต้ดินลึก 9 เมตร ใช้เป็นที่หลบระเบิดและสั่งการในช่วงสงคราม Spice Garden พื้นที่ซึ่งเคยเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของสิงคโปร์ และ Fort Canning Centre อาคารสีขาวสูงเด่นซึ่งมีพรรณไม้รายล้อม ที่นี่ต้องลงสถานี Dhoby Ghaut ที่ทางออก B หรือทางออก C ก็ได้ และที่นี่ก็เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

NATIONAL MUSEUM OF SINGAPORE แม้จะอายุเพียงสี่สิบปลายๆ แต่สิงคโปร์ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนรุ่นหลังได้จดจำกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีอายุเก่าแก่ที่สุดของเมือง ตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยโดมกระจำสูงและบันไดวนรูปแบบวิกอเรียแกลเลอรี่สำคัญ ได้แก่ Singapore History Gallery

เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศ และ Singapore Living Galleries ซึ่งเป็นห้องรวบรวมรูปภาพและข้าวของเครื่องใช้ไปจนถึงประวัติอาหารท้องถิ่นต่างๆ ก่อนกลับแวะชม Museum Shop ร้านขายของที่ระลึกบนชั้นหนึ่ง รวบรวมสินค้าดีไซน์น่ารักและสร้างสรรค์ของเหล่านักออกแบบชาวสิงคโปร์

ลงสถานี City Hall ที่ทางออก B ได้เลยที่นี่จะเปิดทุกวันเวลา สิบโมงเช้าถึงสองทุ่ม มีค่าตั๋วเข้าหน่อยนะ ผู้ใหญ่เสีย 10 เหรียญ นักเรียน 5 เหรียญ แต่ถ้ามาเป็นครอบครัวไม่เกินห้าคนก็จะเสียรวมกันเลยเป็น 30 เหรียญ แต่ถ้ามากกว่านั้นก็คงจะต้องคิดเป็นคนๆไปอีก แต่ว่าเวลาหกโมงเย็นถึงสองทุ่มจะมีบริการเข้าฟรีด้วยล่ะ

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ประเทศที่มีความสุขที่สุขในโลกปี 2019

เพื่อนๆ เคยรู้หรือเคยสงสัยมั้ยว่า บนโลกใบนี้ของเราที่มีอยู่ประมาณเกือบ 160 ประเทศทั่วโลกนั้น ประเทศไหนเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุขในโลก ซึ่งมืสื่อชื่อดังจากอเมริกาได้ทำการสำรวจจากดัชนีชี้วัดในเรื่องของความเป็นอยู่ สภาพสังคมและเศรษฐกิจ รายได้ และการดำรงชีวิตของประชากร รวมถึงความน่าอยู่และการปกครองของแต่ละประเทศ ซึ่งจะมีประเทศไหนบ้างนั้นเรามาลองดูกัน

 

ประเทศออสเตรีย จากจุดเด่นของเมืองเวียนนา ที่มีความสงบและสวยงาม มีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งประเทศออสเตรียนั้นถูกจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีค่าเล่าเรียนถูกมาก ซึ่งนักศึกษาชาวต่างชาติจึงมักจะมาเรียนที่นี่ และออสเตรียยังถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีมนต์เสน่ห์ ทั้งทางด้านเสียงดนตรีและศิลปะอีกด้วย

ประเทศแคนาดา เป็นประเทศในทวีปอเมริกา เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อีกทั้งประเทศนี้ยังมีภูมิศาสตร์ที่หลากหลายและน่าสัมผัส อีกทั้งจุดแข็งของประเทศนี้คือด้านการปกครองและสภาพเศรษฐกิจที่ดีอยู่ทุกปี 

ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศศูนย์สูตร และมีประชากรเพียงน้อยนิด ทำให้ไม่รู้สึกแออัด และมีความปลอดภัยทางด้านทรัพย์สินและชีวิตสูงมาก มีความเป็นธรรมชาติ ที่น่าอยู่เป็นอย่างมาก

ประเทศสวีเดน ตั้งอยู่แถบสแกนดิเนเวีย เป็นประเทศที่ค่อนข้างใหญ่และประชากรไม่เยอะนัก และคนที่นี่มักจะให้ความเคารพซึ่งกันและกัน 

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสวรรค์บนดิน เพราะโอบล้อมไปด้วยภูเขา และธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยมาก

ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองหลวงคืออัมเตอร์ดัม ซึ่งคนที่นี่จะสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก มีการรณรงค์ใช้จักรยานในการเดินทางเพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ทำให้อากาศที่นี่ค่อนข้างบริสุทธิ์ และคนที่นี่ส่วนใหญ่จะมีทัศนคติและอัธยาศัยที่ดี 

ประเทศไอร์แลนด์ ประเทศนี้มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก และมีวัฒนธรรมและศิลปะของตัวเองที่เด่นชัด มีดนตรีไอริช 

ประเทศนอร์เวย์ ซี่งที่นี่เป็นประเทศที่ให้การยอมรับสิทธิเท่าเทียมของมนุษย์ ไม่ว่าชายหรือหญิง และที่นี่ยังมีความเป็นธรรมชาติผสมผสานกับความทันสมัย และอากาศที่บริสุทธิ์ น่าอยู่เป็นอย่างมาก

ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งประเทศนี้ เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง แต่ค่าครองชีพที่สูงนั้น กลับถูกใช้จากรัฐบาลที่ดีเยี่ยมทำให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบในเรื่องการเมืองที่โปร่งใส ภาษีจากประชาชนถูกเปลี่ยนมาเป็นสวัสดิการของประชาชน และประเทศนี้ได้การยอมรับว่า มีกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนมากที่สุดในโลก

ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

มาปลูกราชาแห่งไม้ประดับต้นรวยล้นฟ้ากันเถอะ

เชื่อว่าคนที่ชอบปลูกต้นไม้นั้นมักจะมีการเรื่องปลูกต้นไม้แตกต่างกันออกไปบางคนชอบปลูกต้นไม้ใหญ่บางคนก็ชอบปลูกไม้ดอกไม้ประดับแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่นิยมปลูกต้นไม้ขนาดเล็กหรือที่เราเรียกกันว่าปลูกต้นว่านซึ่งต้นไม้แต่ละชนิดก็มีความหมายและมีความเป็นมงคลแตกต่างกันออกไป

วันนี้เว็บ แทงบอลออนไลน์  ของเราจะมาพูดกันถึงต้นไม้มงคลที่เป็นต้นว่านซึ่ง วันนี้เราจะนำเสนอราชาแห่งไม้ประดับที่ใครเห็นใครก็ชอบต่างนิยมซื้อมาปลูกกันเป็นจำนวนมากเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายและชีก็ยังเป็นมงคลถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยอีกด้วยนั่นก็คือต้มรวยล้นฟ้าต้นไม้ชนิดนี้

เชื่อกันว่าหากมีการซื้อนำมาปลูกประดับตกแต่งไว้ในบ้านแล้วจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นมีโชคลาภช่วยส่งเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคนภายในบ้านสำหรับต้นรวยล้นฟ้านั้นเป็นการพัฒนาพันธุ์ของว่านซึ่งมาจากต้นเขียวหมื่น ปีซึ่งต้นไม้ชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นว่านคงกระพันชาตรีมีลักษณะของลำต้นที่สวยงามปลูกแล้วจะช่วยเสริมสง่าราศีให้กับบ้านที่ปลูกเป็นอย่างมากหากใครที่ยังไม่เคยเห็นต้นรวยล้นฟ้าแล้ว

เราก็ต้องชนิดนี้เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มหนาสูงเต็มที่แค่เพียง 18-19 เซนติเมตรเท่านั้นเองเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายอายุนานหลายปีรักสนะใบเป็นใบผิวเรียบสีเขียวแต่จะมีเส้นขอเป็นสีแดง หรือสีชมพูอ่อนและมีการออกดอกเป็นช่อตามซอกใบสำหรับดอกของต้นว่านรวยฟ้านั้นจะเป็นสีขาวว่ารวยล้นฟ้าสามารถปลูกได้ง่ายง่าย

จากการเพราะเมล็ดหรือแม้แต่การปักชำแยกนอสำหรับต้นไม้ชนิดนี้ จะไม่ชอบน้ำมากจึงสามารถรดน้ำวันละครั้งก็พอโดยการลดอย่าให้แฉะมากนักส่วนการดูแลพวนดินใส่ปุ๋ยไม่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษก็ได้สามารถปลูกว่านชนิดนี้ได้ในพื้นที่ที่มีแสงแดดรำไรเพราะเค้าจะไม่ชอบแดดแรงมากถึงแม้จะปลูกง่าย

แต่ก็ดูแลไม่ง่ายมากนักเพราะบ้านชนิดนี้มักจะพบปัญหาแมลงมากวนซึ่งจะมีหอยทากมาคอยกัดกินยอดอ่อน มีเพี้ยแป้งที่คอยกัดกินรากซึ่งเพี้ยแป้งนี้ส่วนใหญ่มักจะมาจากมดและปัญหาโรคคนเน่าแต่ถ้าหากใครปลุกได้แล้วแล้วก็นอกจากจะเป็นไม้มงคลแล้วผู้ปลูกยางจะได้รับความร่ำรวยตามชื่อของว่านเพราะเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้สร้างความร่ำรวยให้กับคนที่ปลูกได้อีกด้วย

กิจกรรมดีๆที่ควรทำช่วงวันหยุดปีใหม่

ช่วงนี้บางโรงงานเริ่มหยุดปีใหม่กันแล้ว หลายคนเริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกัน ถนนจึงแน่นขนัดไปด้วยรถ เราถือว่าเป็นคนหนึ่งที่โชคดีเพราะได้ทำงานที่บ้านเกิดแถมโรงงานอยู่ห่างจากบ้านไปกลับไม่ถึงห้ากิโลเมตร ปีใหม่ปีนี้โรงงานเราหยุดให้ตั้งแต่วันที่ 27-2 มกราคม รวมนับได้ 7 วัน

ดังนั้นตอนที่ทุกคนต้องไปเผชิญชะตากรรมรถติดบนท้องถนนกันเราได้นอนพักผ่อนเต็มที่แล้ว ทำให้ลุกมานั่งคิดว่าควรหากิจกรรมดีๆทำในช่วงวันหยุดปีใหม่นี้กันดีกว่าไหนๆก้อว่างอยู่แล้ว

กิจกรรมแรกคือเก็บทำความสะอาดบ้าน ถ้าเป็นวันหยุดงานปกติก้อจะแค่ปัดกวาดเช็ดถูเฉยๆ แต่นี่เวลาว่างเราเยอะเลยจัดไปชุดใหญ่ เริ่มจากเก็บเสื้อผ้าเก่าออกจากตู้อันไหนไม่ได้ใส่แล้วคัดออกเอาไว้ไปบริจาคจากนั้นก้อกวาดหยากไย่ ปัดฝุ่นตามตู้ชั้นโชว์ เรียงของในตู้ให้เป็นระเบียบ ถอดมุ้งลวดออกมาล้าง เช็ดขอบหน้าต่าง ดูดฝุ่นที่พื้น แล้วจบที่ถูพื้น 

 กิจกรรมที่สองคือ อาบน้ำสัตว์เลี้ยง ที่บ้านมีแมวอยู่ สี่ตัว จำได้ว่าล่าสุดอาบน้ำเมื่อสี่เดือนที่แล้ว วันนี้เลยจับมาอาบน้ำใช้แชมพูกำจัดเห็บหมัดขัดหูและอุ้งเท้ากว่าจะครบทั้งสี่ตัวเจ้าของแทบเป็นลมสลบ 

 กิจกรรมที่สามคือ ออกไปซื้อของมาตกแต่งบ้าน ไปหาซื้อของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยากได้  ช่วงเทศกาลปีใหม่ตามห้างสรรพสินค้าจะมีโปรโมชั่นสินค้าลดราคากันเยอะให้เราได้เลือกซื้อ ใครจะซื้ออะไรก้อควรคำนึงถึงประโยชน์ของการใช้งานแล้วก้อเงินในกระเป๋าที่มีกันด้วยบางอย่างไม่สมควรซิ้อก้ออย่าไปซื้อให้เปลืองเงิน ส่วนเราปีนี้ซื้อชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้รับแขกมาหนึ่งชุดเอามาแทนโซฟาตัวเก่าที่เจ้าแมวเหมียวทั้งสี่ตัวได้พากันข่วนทำลายเบาะหนังจนขาดฟองน้ำปลิ้นออกมา 

กิจกรรมที่สี่ คือ จัดปาร์ตี้กินกันเบาๆกับที่บ้าน เพราะเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงแห่งเวลาที่ต้องฉลองและสังสรรค์กัน ที่บ้านเราเลยชวนกันกินหมูกระทะ ของว่างก้อปีกไก่ทอด เฟรนฟรายส์ทอด ลูกชิ้นทอด ช่วยๆกันทำ  เครื่องดื่มเป็นเบียร์ สปาย และน้ำอัดลม กินกันไปคุยกันไป เปิดเพลงให้หลานๆเต้นกันสนุกสนานได้อีก ไม่ต้องกลัวว่าตำรวจจะเป่าแอลกอฮอล์ ไม่โดนคดีเมาแล้วขับเพราะกินกันในบ้านเราเอง 

กิจกรรมที่ห้า ซื้อของขวัญไปสวัสดีปีใหม่ผู้มีพระคุณ  บางคนซื้อกระเช้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ บ้างก้อเป็นผลไม้ ไม่ก้อขนมเค้กต่างๆ ส่วนตัวเราซื้อเป็นน้ำผลไม้กับขนมคุกกี้ ตอนที่เอาไปให้ก้ออวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงอยู่กับลูกหลานอย่างเราไปนานๆ  คิดว่าท่านต้องปลาบปลื้มใจเพราะในเทศกาลปีใหม่อย่างน้อยลูกๆหลานๆก้อยังไม่ลืมท่าน

เรือยอชท์ที่แพงที่สุดที่คนมหาเศรษฐีเอาไว้ใช้ส่วนตัว

เรือดิบาร์  เรือยอชท์ดิบาร์จัดสร้างโดยบรษัทแห่งหนึ่งในปี2008

โดยมีเจ้าของเป็นถึงนักธุรกิจเป็นชาวรัสเซียงชื่อว่า Alisher Usmanov ซึ่งเรือยอชท์ลำนี้ได้มีขนาดที่ใหญ่และยังได้ติดอันดับของโลกในส่วนของตัวเรือนั้นจะมีความยาวขนาด360ฟุตอีกทั้งก็ยังมีสะว่ายน้ำและพร้อมทั้งลานจอดเฮลิคอปเตอร์อยู่บนด่านฟ้าและยังไม่รวมคุณสมบัติที่สุดหรูอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งเรือยอชท์ลำนี้มีพื้นที่บนด่านฟ้าเอาไว้เพื่อที่จะได้ลองรับแขกVIPได้ถึงประมาณ20คนพร้อมกับลูกเรืออีก48ชีวิตเลยทีเดียวสำหรับเรือยอชท์ลำนี้ซึ่งมัจะมีราคาสูงถึง256ล้านเหรียญสหรัฐคิดคุณจะคิดเป็นเงินไทยก็จะประมาณ7808ล้านบาทซึ่งเรือเหล่านี้คนธรรมดาอย่างเรานั้นไม่มีวันได้เป็นเจ้าของแน่ๆเพราะมันมีราคาที่สูงและแพงเอามากๆเลย

เรืออัล ซาร์ด  ซึ่งเรือยอชท์ลำนี้มีเจ้าของที่ชื่นชอบในการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

ในแบบการเป็นส่วนตัวและจึงได้มีการสั่งการให้สร้างต่อเรือลำนี้เอาไว้เพื่อเอาไว้ใช้สำหรับในการพักผ่อนนั่นเองซึ่งโดยเรือยอชท์ลำนี้จะมีความยาวของตัวเรือประมาณ509ฟุตสำหรับภายในเรือจะมีห้องที่ใช้สำหรับจัดการแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีที่มีขนาดใหญ่อีกด้วยโดยซึ่งเรืออัล ซาร์ด

ถือได้ว่าเป็นเรือยอชท์ที่ใหญ่ที่สุดที่ติดอันดับสองของโลกอีกทั้งยังสามารถรับแขกได้สูงสุดประมาณ70คนพร้อมด้วยลูกเรือมากกว่า150เลลยทีเดียวเรือยอชท์ลำนี้ต้องบอกเลยว่ามันมีราคาที่สูงและแพงมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ300ล้านเหรียญสหรัฐเราจะคิดเป็นเงินไทยก็หน้าจะประมาณ9150ล้านบาทต้องบอกเลยว่าเรือยอชท์ลำนี้คนอย่างเราต่อให้เก็บเงินมาทั้งชีวิตก็ยังสามารถซื้อเจ้าเรือยอชท์ลำนี้ได้เลย

เรือซูเปอร์ ยอร์ชเอ  สำหรับเรือลำนี้ซึ่งได้มีเจ้าของเป็นนักธุรกิจของชาวรัสเซีย

ซึ่งโดยเรือยอชท์ลำนี้จะมีรูปทรงที่แบบล้ำอนาคตสำหรับด้านในของตัวเรือยอชท์ลำนี้จะมีพื้นที่ถึง24000ตรางฟุตจะมีสระว่ายน้ำทั้งหมดสามสระด้วยกันและกระจายอยู่บนบนของด่านฟ้าซึ่งสระว่ายน้ำนั้นมีพื้นที่ทำมาจากกระจกเพื่อให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกทั้งยังมีห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างหรูสุดๆประกอบไปด้วยห้องนอนขนาด2500ตารางฟุตยังห้องสำหรับสวีดอีก6ห้องส่วยใต้ท้องเรือจะมีเรือขนาดเล็กความยาวขนาด30ฟุตที่เก็บเอาไว้ใช้งานอีกด้วยซึ่งเรือยอชท์ลำนี้มีราคาสูงถึง323เหรียญสหรัฐหรือจะคิดเป็นเงินไทยประมาณ9850ล้านบาท