คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2020

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเที่ยว

ขั้นตอนเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางไปเที่ยว

          นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการขับรถยนต์ไปเที่ยวเอง คงจะต้องรู้อยู่แล้วว่าเราควรจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่างไรในการเดินทางไปไหนไกลๆ หากจะต้องขับรถไปเอง เพราะการเตรียมการให้พร้อม  เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ปลอดภัยกับชีวิตของตนเองและคนร่วมทางไปกับเราและทรัพย์สิน

หากเรามีการเตรียมความพร้อมมาดีการเที่ยวของเราก็จะสนุก ไร้ปัญหากวนใจ หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าการเตรียมตัวที่ดีมีอะไรบ้าง

วันนี้เรามาทบทวนกันอีกครั้งเผื่อใครที่กำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวช่วงนี้จะได้รีเช็คอีกครั้งว่ามีอะไรตกหล่นที่ยังไม่ได้ทำหรือไม่ 

  1. อย่างแรกที่ต้องทำและต้องเป็นอย่างมากเลยคือการเตรียมความพร้อมของร่างกายของเราเอง เพราะการขับรถทางไกลหากเราง่วง เราเหนื่อยหรือเพลียจะมีผลต่อชีวิตของเราและของคนอื่นเป็นอย่างมาก ซึ่งการเตรียมตัวเองให้พร้อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะหลายครั้งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนเกิดมาจากความประมาทของคนขับที่ร่างกายไม่พร้อมที่จะขับรถแต่ก็ฝืนตัวเองจนมาเกิดปัญหารถเฉี่ยวชนกันจนอาจถึงอันตรายต่อชีวิต ดังนั้นเราควรดูแลตัวเองให้ดี นอนหลับให้เพียงพอ ทำร่างกายให้แข็งแรงไม่เจ็บป่วย การเดินทางไปเที่ยงของเราถึงจะสนุก
  2. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ในรถ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม ขนมลูกอม  ชุดปฐมพยาบาล ยาแก้ปวด ยาเมารถ ผ้าห่ม หรือแม้แต่สายชาร์จโทรศัพท์ในรถ ก็ควรมีติดเอาไว้ เพื่อมีอะไรฉุกเฉินหาร้านค้าไม่ทัน เราก็ยังมีอุปกรณ์เหล่านี้ที่ติดรถให้อุ่นใจ
  3. ตรวจสอบระบบของรถให้ปลอดภัย ทั้งระบบเบรก ระบบไฟหน้าไฟท้าย ระบบแตร  ควรให้มีความพร้อมที่จะใช้งานทั้งหมดหากเห็นว่าอันไหน มีชำรุดหรือมีปัญหาควรนำรถเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขที่ศูนย์บริการให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
  4. หากต้องไปท่องเที่ยวไกลๆ ควรมีเบอร์โทรฉุกเฉินติดรถไว้ให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ตำรวจท่องเที่ยว  เหตุด่วนเหตุร้าย เบอร์เจ็บป่วยฉุกเฉิน เบอร์กรทางหลวงชนบท เบอร์หน่วยรถกู้ชีพพยาบาล หรือแม้แต่เบอร์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายก็ควรมีเก็บเอาไว้
  5. เมื่อมีทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็อย่างลืมตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง เพราะการที่เราขับรถไปดูแผนที่ไปมันไม่ค่อยจะน่าสนุกสักเท่าไหร่ จะเห็นข่าวว่าบางคนมัวแต่ขับรถตาม Google map ทำให้ขับรถตกถนนตกคลองก็มี ดังนั้นหากเรารู้เส้นทางในการเดินทางคร่าวๆก่อนจะเป็นการดีที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาและไม่ต้องกังวลใจว่าจะหลงทางหรือไม่ด้วย 

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำ

หน้าร้อนต้องหนีร้อนไปหาที่เย็นจะมีที่ไหนกันนะ?

สำหรับหน้าร้อนแล้วใครที่เบื่อหน้าร้อนและเบื่อที่นอนอยู่ที่บ้านแล้วและก็เบื่อเดินห้างแล้ววันนี้เราจะมาบอกสถานที่เที่ยวที่ไกล้กรุงเทพเที่ยวรับซัมเมอร์กันแบบชิวๆอีกทั้งยังสามารถขับรถไปเองได้แบบสบายรถก็ไม่ค่อยติดแถมบรรยากาศในแต่ละที่นั้นยังดีเหมาะแก่การไปพักผ่อนเหมาะสำหรับหรับทุกท่านที่จะหนีร้อนไปหาที่เย็นสบายในช่งหน้าร้อนนี้

เรามาดูกันเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวนั้นมีที่ไหนบ้างและแต่ละที่นั้นจะสนุกอย่างไร

หากใครที่ชอบความธรรมชาติและสายน้ำที่ไหลเย็นที่ อําเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เที่ยวSlow life นอนแพ แช่น้ำตก  สำหรับที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรีนั้นสามารถตอบโจทย์คนรักธรรมชาติเป็นอย่างดีเพราะบรรดาที่พักนั้นจะอยู่ติดกับริมแม่น้ำเป็นที่พักผ่อนแบบชิวๆท่ามกลางสีเขียวสบายตาอย่างธรรมชาติซึ่งแต่ละที่พักนั้นก็จะมีกิจกรรมต่างๆอย่างกิจกรรมล่องแพและยัสามารถเล่นน้ำได้ตรงหน้าที่พักแต่ต้องใส่เสื้อชูชีพด้วยเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

แก่งกระจาน  จังหวัดเพชรบุรี เล่นสไลด์เดอร์ โดดน้ำ ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งหรับอากาศร้อนๆแบบนี้ต้องไปให้ได้กับโซนริมแม่น้ำเพชรกันเลยเพราะที่นั่นมีที่พักบรรยากาศดีๆให้เลือกพักพร้อมให้คุณนั้นได้ลงเล่นน้ำกันได้แบบสบายบางที่ก็มีสไลด์เดอร์ให้เล่นด้วยเพิ่มความสนุกให้กับเรานั้นได้อีกด้วย

หัวหิน  ตากอากาศ ช้อป ชิลริมทะเลแบบคูลๆกัน หัวหินนั้นเป็นเมืองตากอากาศที่ใครๆนั้นได้ไปมาแล้วแต่ก็ยังต้องกลับไปเที่ยวอีกเพราะที่นั่นมีบรรยากาศสบายๆมีที่พักและที่เที่ยวมากมายให้คุณนั้นได้เช็คอินอีกทั้งยังมีอาหารอร่อยอีกเยอะและยังมีที่พักสุดฟินสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

นครนายก  เมืองน้ำตกที่ต้องยกแก๊งค์ไปกระโดดน้ำกันเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำตกที่เต็มไปด้วยพิกัดคลายร้อนมากๆไม่ว่าจะเป็น น้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกนางรอง น้ำตกสาริกา หรือว่าจะเป็นแก่งสามชั้นหากใครที่ไปเที่ยวที่นครนายกแล้วนั้นก็อาจจะเห็นว่าน้ำน้อยและไม่เยอะเท่าหน้าฝนแต่ทุกท่านนั้นก็สามารถได้เที่ยวเล่นน้ำกันได้และยังมีที่พักติดแม่น้ำบางที่ก็มีสวนน้ำให้เล่นสนุกกันได้ยกแก๊งเลยทีเดียว

สวนผึ้ง  เทียวฟาร์มสุดกรีน สะใจกับสวนน้ำกลางหุบเขา จังหวัดราชบุรี ที่นั่นเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ากลางหุบเขาบรรยากาศดีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มีที่เที่ยวให้เลือกเช็คอินมากมายและหากใครนั้นอยากหาที่เล่นน้ำขอแนะนำที่นี้เลย เดอะรีสอร์ท วอเตอร์พาร์ค  สวนน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวในสวนผึ้งที่บรรยากาศสุดฟินระดับ10เพราะตั้งอยุ่ท่ามกลางความธรรมชาติอันแสนสงบแถมยังมีสไลด์เดอร์ ให้เล่นและยังมีทะเลเทียมให้เรานั้นได้ลงเล่นอีกด้วย

ทุ่งดอกหงอนนาค จังหวัดปราจีนบุรี

ทุ่งดอกหงอนนาค ของจังหวัดปราจีนบุรีมีดังนี้

        หากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและเคยไปถ่ายภาพสวยๆกับดอกทานตะวันที่จังหวัดลพบุรีมาแล้ว แนะนำมาเปลี่ยนบรรยากาศจาการถ่ายภาพดอกไม้สีเหลืองเต็มทุ่งกว้างมาเป็นดอกไม้สีม่วงกันบ้างดีกว่าค่ะ ที่จังหวัดปราจีนบุรีจะมีรีสอร์ทอยู่ที่หนึ่งซึ่งในรีสอร์ทนั้นมีการปลูกดอกหงอนนาค เป็นทุ่งขนาดใหญ่มาก

สามารถแต่งตัวสวยแล้วไปยืนถ่ายภาพกลางทุ่งดอกหงอนนาคได้เลย รีสอร์ทที่ว่านี้ชื่อว่า สวนศักดิ์สุภา รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอนาดี หากใครที่แวะเข้ามาที่รีสอร์ทแห่งนี้สิ่งแรกที่จะเห็นหลังจากขับรถเข้ามาในตัวรีสอร์ทก็คือ ทุ่งดอกไม้ที่มีสีม่วงเป็นทุ่งขนาดใหญ่มากที่ทางรีสอร์ทเตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากไปสัมผัสกับความงามของดอกไม้

ซึ่งดอกหงอนนาคนี้จะมีเบ่งบานอวดความสวยของดอกในช่วงเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งในทุ่งดอกหงอนนาคนี้ทางเจ้าของรีสอร์ทมีการเตรียมทางเดินเป็นช่องเล็กๆเอาไว้ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องจะไปหยิบต้นดอกไม้ของทางรีสอร์ทแน่นอน

 

โดยช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพมากที่สุดคือช่วงเช้าและยาวไปจนถึงประมาณ 10 โมงเช้า

แต่หากตื่นไม่ทันก็ไปถ่ายภาพได้แต่แดดจะร้อนนิดหน่อย แต่ห้ามเกิน 14.00 น.  เพราะหลังจากนี้ดอกหงอนนาคจะเริ่มหุบแล้ว และสำหรับที่นี่นอกจากจะมีทุ่งดอกหงอนนาคแล้ว ยังมีที่พักคอยบริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนค้างคืนด้วย มีทั้งแบบที่เป็นห้องพักซึ่งจะสามารถมองเห็นวิวสระบัว

แต่หากไม่อยากนอนห้องพักทางรีสอร์ทก็จะมีบริการกางเต็นท์นอนให้ด้วย ซึ่งบรรยากาศภายในรีสอร์ทจะให้ความร่มรื่นเพราะมีต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ทำให้อากาศไม่ร้อน ตกตอนกลางคืนก็จะมีกิจกรรมปิ้งบาบีคิวกินกันส่วนในตอนกลางวันทางรีสอร์ทจะมีกิจกรรมให้เล่นมากมาย เช่น กิจกรรมเพ้นท์บอล กิจกรรมนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะกับเพื่อนๆ หรือใครที่ชอบความท้าทายก็มีกิจกรรมโรยตัวลงมาจากหอคอย

ซึ่งที่นี่มีความสูงถึง 34 ฟุต กิจกรรมขับรถ ATV ชมธรรมชาติรอบๆรีสอร์ท นี่เป็นแค่เพียงกิจกรรมคร่าวที่ทางรีสอร์ทมีเพื่อคอยบริการลูกค้า และยิ่งช่วงเทศกาลต่างๆทางรีสอร์ทจะมีกิจกรรมอื่นๆเพิ่มเข้ามาซึ่งแต่ละกิจกรรมน่าสนใจมาก

ซึ่งหากมาที่นี่นอกจากได้ภาพถ่ายกับวิวสสวยๆแล้วยังมีกิจกรรมเอาไว้ทำกับเพื่อนๆหรือครอบครัวให้ทำร่วมกันอีกมากมายและที่สำคัญหากมาเที่ยวที่รีสอร์ทแห่งนี้ในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีกิจกรรมล่องแก่งให้นักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยได้ร่วมสนุกอีกด้วย

 

พาเที่ยวซากุระเมืองไทย หุบเขาสีชมพูที่ภูลมโล

หลายคนคงเคยไปที่ท่องเที่ยวที่ภูลมโลมากันบ้างแล้วและเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักชื่อนี้ ว่าคืออะไร อยู่ที่ไหนวันนี้เราจะพาไปท่องเที่ยวที่ภูลมโล

ซึ่งคนที่เคยไปเที่ยวกันมาแล้วมักจะมาเล่ากันปากต่อปากและพากันเปรียบที่นี่ว่าเป็นสถานที่ชื่นชมดอกซากุระของเมืองไทย

ภูลมโล ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก

สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เขาปลูกต้นพญาเสือโคร่งเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงช่วงหน้าหนาวดอกพญาเสือโคร่งจะเบ่งบานเต็มต้นและเกือบทุกต้นพร้อมเพียงกันทำให้ที่แห่งนี้มองดูแล้วมีแต่สีชมพู ซึ่งเป็นสีของดอกพญาเสือโคร่ง จนใครๆก็เรียกกันว่าหุบเขาสีชมพู หากใครที่ต้องการไปสัมผัสกับบรรยากาศที่หนาวเย็นพร้อมชื่นชมความงามของดอกซากุระเมืองไทย ท่านสามารถเดินทางไปที่บ้านร่องกล้า

ซึ่งจะอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า  ซึ่งบริเวณที่มีการปลูกต้นพญาเสือโคร่งนี้มีพื้นที่ในการเพาะปลูกมากว่าหนึ่งพันไร่ ซึ่งที่ตรงนี้จะเป็นรอยต่อของสามจังหวัดนั้นก็คือ จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งถือว่าที่ดินอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านี้เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ หากใครที่ต้องการมาชมความงามของดอกพญาเสือโคร่งตอนที่ดอกบานสะพรั่งแล้วละก็แนะนำให้มาช่วงประมาณต้นเดือนมกราคม ยาวมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ในช่วงนี้ดอกไม้จะบานเต็มต้นจนแทบมองไม่เห็นใบเลย

มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีชมพูไกลจนสุดลูกหูลูกตา

เป็นภาพที่หลายคนที่ไปมาแล้วประทับใจมากจนต้องบอกต่อๆกัน ซึ่งที่นี่ผู้คนนิยมมาถ่ายภาพเก็บอาไว้เป็นที่ระลึก เป็นจุดเช็คอินอีกจุดที่นักถ่ายภาพควรจะมีเก็บเอาไว้  แต่เดิมที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าแห่งนี้ไม่ได้ปลูกต้นพญาเสือโคร่ง ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่ปลูกต้นกะหล่ำปลี และให้ชาวเขาเผ่าม้ง

เข้ามาทำไร่เลื่อนรอย ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้มีการวางแผนการจะปรับเปลี่ยนอุทยานแห่งชาติภูหินรองกล้าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วยจึงได้ทำการตกลงกับชาวเขาเผ่าม้งว่าให้พวกเขาสามารถอยู่อาศัยที่นี่ได้ รวมถึงสามารถทำการเกษตรในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านี้ได้เช่นกัน

แต่มีข้อแม้ว่าพวกชาวเขาเผ่าม้งจะต้องปลูกต้นพญาเสือโครงไปด้วย ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ตอนนี้ต้นกะหล่ำปีได้หายไปหมดแล้วเหลือไว้เพียงแต่ต้นพญาเสือโคร่งที่จะออกดอกเบ่งบานให้เราได้ชื่นชมความงดงามของดอกมันในทุกๆปีเท่านั้น