คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคมทั่วไป

ประเทศจีนแบนแอฟพลิเคชั่นอะไรบ้างเหตุเพราะอะไร

ในเรื่องราวปมปัญหาเริ่มจากปี2009 เมื่อประเทศจีนได้แบนYou Tube หนึ่งในบริการของGoogle เพราะมีคลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รุมทำร้ายชาบธิเบต

ซึ่งรัฐบาลจีนก็ได้ออกมาบอกว่าคลิปนี้ไม่เป็นความจริงพร้อมกับแบนYouTubeนับแต่นั้นเป็นต้นมารวมไปถึงบริการต่างๆของGoogleเองอย่างGmail Google Search ก็ไม่สามารถที่จะใช้งานในประเทศจีนได้นับตั้งแต่ในปี2010 เนื่องจากGoogle ไม่ยอมทำตามคำเรียกร้องในการคัดกรองเนื้อหาที่อ่อนไหวทางการเมืองในผลค้นหา

เมื่อในปัจจุบันผู้ใช้ชาวจีนบางส่วนสามารถเข้าถึง Google Serviceได้โดยใช้บริการผ่านVPN Virtual Private Neteork โดยการอ้อมไปใช้ไม่ผ่านเครือข่ายจีนตรงๆแต่พวกเขายังคงถูกดักจับข้อมูลได้โดยรัฐบาลอยู่ดีอีกหนึ่งสิ่งที่เคยถูกแบนออกจากประเทศจีนนั่นก็คือโซเชียลมีเดียอันดับ1ของโลกที่มีผุ้คนทั่วโลกใช้กว่า2,600ล้านคนนั่นคือFacebook

แม้ว่า มาร์ค ซักเกอร์เบิร์กจะจริงจังกับตลาดจีนอย่างมากถึงขนาดยอมไปเรียนภาษาจีนและเคยกล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาจีนจนโลกตะลึงมาแล้วแต่รัฐบาลจีนก็แบน Facebookตั้งแต่ปี2009เป็นต้นมาโดลนักวิเคราะห์ได้เล็งเห็นถึงการขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นจากชุมชนมุสลิมกับจีนฮั่นที่เกิดขึ้นทางจังหวัดทางตะวันตกเฉียงเหนือของซินเจียง

โดยครั้งนั้นรัฐบาลจีนขอข้อมูลผู้ก่อการร้ายจากในระบบแต่ Facebookก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเนื่องจากมองว่านี่คือข้อมูลส่วนบุคคลจึงทำให้รัฐบาลจีนแบน Facebookนับจากจุดนั้น  ส่วนทางด้านของ Twitterเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เน้นหนักไปเรื่องข่าวสารและการรวมกลุ่มของ คนรุ่นใหม่ ก็ถูกจีนแบนในปี2011จากเหตุการณ์อาหรับสปริงหรือเหตุการณ์ที่มีการต่อต้านเผด็จการในประเทศกลุ่มอาหรับและมีผลลุกลามในหลายประเทศ

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับจีนแต่จีนก็มองเห็นว่าActivistหรือนักปฏิบัติการเชิงรุกนั้นก็ใช้เครือข่ายTwitterในการปลุกระดมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจีนจึงตัดไหแต่ต้นลมและได้แบนTwitterมานับแต่นั้น ส่วนทางด้านของlnstragramแอฟพลิเคชั่นชื่อดังที่มีเจ้าของเดียวกันกับFacebook

เพิ่งจะถูกแบนเมื่อปี2014นี้จากเหตุการณ์การประทวงในฮ่องกงที่มีการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งขึ้นในครั้งนั้นถือว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โตเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการถ่ายและอัปโหลดขึ้นสู่lnstragram

ซึ่งFacebook และ Twitter ได้ถูกจีนแบนเรียบไปเรียบร้องแล้วจึงทำให้รัฐบาลจีนตัดสินใจแบน lnstragram

ด้วยเลยและนอกจากนี้แอฟพลิเคชั่นที่ดูไม่มีพิษสงไม่มีพิษภัยใดๆอย่างPinterest หรือ Snapchat ก็ถูกแบนออกจากประเทศจีนด้วยเนื่องจากการควบคุมเนื้อหานอกประเทศจีนเป็นเรื่องที่ยากต่อการควบคุมรัฐบาลตัดสินใจแบนสองแอฟนี้เรียบ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet เว็บแม่

ผู้ปกครองยิ้มโรงเรียนดัง จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกาศยกเลิกการใส่ชุดลูกเสือ

         เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเรื่องของเครื่องแบบนักเรียนซึ่งจะต้องมีการใส่ชุดนักเรียนและสวมรองเท้านักเรียนนอกจากนี้ถ้าหากว่าเป็นวันที่มีกิจกรรมลูกเสือนักเรียนยังต้องใส่ชุดลูกเสือและชุดเนตรนารีและชุดยุวกาชาดซึ่งแน่นอนว่าการที่นักเรียนต้องใส่ชุดหลายแบบนี้จะส่งผลทำให้ผู้ปกครองนั้นต้องเสียเงินในการซื้อชุดนักเรียนให้กับลูกหลานของตนเอง

       อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องแบบนักเรียนนั้นได้มีการออกมาพูดถึงกันอยู่บ่อยครั้งโดยหลายคนมองว่าการสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนนั้นไม่ได้ส่งผลทำให้เด็กนักเรียนเรียนดีขึ้นมากกว่าเดิมแต่บางหน่วยงานก็ยังมองว่าเครื่องแบบของนักเรียนนั้นจะส่งผลทำให้นักเรียนนั้นมีระเบียบวินัยมากขึ้นอย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าบางสถานศึกษานั้นมีการเปิดให้นักเรียนได้ใส่ชุดไปรเวทไปเรียนได้ฟรี 1 วันเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในการที่จะต้องจัดซื้อชุดนักเรียนนั่นเอง

      เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้มีการประชุมของข้าราชการจังหวัดตราดได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการใส่ชุดนักเรียนถึงแม้ว่าจะมีการเรียนแบบออนไลน์ที่บ้านก็ตามเพื่อต้องการให้เด็กนักเรียนนั้นมีระเบียบวินัยและเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้การเรียนของเด็กนั้นดีขึ้นซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองและเด็กนักเรียนนั้นต่างก็ไม่เห็นด้วย

        อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องของชุดนักเรียนนี้ล่าสุดโรงเรียนผดุงวิทย์ซึ่งเป็นโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ออกมาประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของทางโรงเรียนเกี่ยวกับนโยบายใหม่ของปีพศ 2564 โดยทางโรงเรียนนั้นต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ปกครองเกี่ยวกับเรื่องของภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดนักเรียนดังนั้นจึงได้มีการออกนโยบายว่าในปีนี้

          เด็กนักเรียนไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อชุดยุวกาชาดหรือแม้แต่ชุดลูกเสือและชุดเนตรนารีโดยทางโรงเรียนจะให้เด็กนักเรียนนั้นทำกิจกรรมเพียงใสแค่ผ้าพันคออย่างเดียวเท่านั้นนอกจากนี้รองเท้าก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องมีการซื้อให้เยอะมากมายซึ่งเด็กนักเรียนสามารถใช้รองเท้านักเรียนคู่เดียวและสามารถใส่ได้ทุกวันกับทุกกิจกรรมของทางโรงเรียนได้เลย

         หลังจากที่นโยบายนี้ของทางโรงเรียนผดุงวิทย์ออกมาต่างก็ได้รับคำชื่นชมจากบรรดาผู้ปกครองของทางโรงเรียนเป็นอย่างมากเพราะนโยบายนี้ส่งผลทำให้ผู้ปกครองนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยมากขึ้นซึ่งในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นแบบนี้การเซฟค่าใช้จ่ายนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผู้ปกครองนั่นเอง  และจากนโยบายนี้เองที่ทำให้คนในโลกออนไลน์ให้ความสนใจพากันแชร์ต่อออกไปเป็นจำนวนมากเพื่อหวังให้โรงเรียนอื่นๆนั้นทำตามนโยบายของโรงเรียนผดุงวิทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจอยู่ในตอนนี้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า ufabet มือ ถือ

กรรมตามทันในยุคโควิด-19 ระบาด 

          เป็นเรื่องเล่าจากเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของเจ้าของคอนโด แห่งหนึ่งโดยมีการนำมาเผยแพร่ในทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 23 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2564  สำหรับข้อความที่นิติบุคคลรายนี้ได้ออกมาโพสต์ เล่านั้นเขาระบุว่าเริ่มตั้งแต่ มีการระบาดของไวรัสโควิชได้มีลูกบ้านคนหนึ่งตั้งตัวเป็นหัวหน้าชักชวนเพื่อนบ้านคนอื่นให้มีการตั้งกฎโดยกฎดังกล่าวนั้นระบุว่าหากลูกบ้านคนไหนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  และไปรักษาอาการติดเชื้อไวรัส covid-19  จนหายแล้ว

            หากต้องการกลับเข้ามาอยู่ในคอนโดจะต้องรักษาหายแล้วและกักตัวอยู่ด้านนอกคอนโดก่อน 7 วันถึงจะสามารถกลับเข้ามาอาศัยอยู่ในคอนโดได้เหมือนเดิมที่สำคัญในวันที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ในคอนโด นั้นจะต้องมีเอกสารยืนยันตรวจไวรัสโควิด-19 ที่มีผลเป็นลบซึ่งจะต้องตรวจภายใน 72 ชั่วโมง มาแสดงที่ห้องนิติของคอนโดเสียก่อนจึงจะสามารถเข้าพักอาศัยได้เหมือนเดิมซึ่งทางด้านบุคคลที่มีการโพสต์เล่าเรื่องราวนี้ระบุว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่นิติได้มีการแสดงความคิดเห็นกับลูกบ้านคนอื่นๆว่าการทำเช่นนี้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำเพราะคนเราควรจะต้องอาศัยซึ่งกันและกันและต้องมีน้ำใจให้กัน

           โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิคแบบนี้การออกไปหาที่พักด้านนอกคอนโดจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นและที่พักส่วนใหญ่ก็มีราคาแพงและหาพักยากแต่อย่างไรก็ตามผู้หญิงซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องของการให้มีเอกสารมาแสดงก่อนเข้าพักในคอนโดได้เหมือนเดิมนั้นยืนยันเสียงแข็งคัดค้านไม่ให้คนที่ติดเชื้อไวรัสเข้ามาในคอนโดโดยอ้างว่าเชื่ออาจจะแพร่กระจายทำให้ลูกบ้านคนอื่นในคอนโดนั้นติดไวรัส covid ก็ได้

            อย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าหน้าที่นิติแจ้งว่าเมื่อไม่นานมานี้หญิงสาวคนดังกล่าวนั้นได้มีการส่งข้อความมาหาตนเองโดยร้องขอให้ตนเองมีการเปลี่ยนแปลงกฎการเข้าพักอาศัยคอนโดเนื่องจากว่าลูกสาวของหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นติดเชื้อไวรัสโควิคซึ่งในขณะนี้กำลังรักษาอาการอยู่และตัวเธอเองนั้นก็คือคนที่กลุ่มเสี่ยงที่จะต้องติดเชื้อไวรัสซึ่งตามกฎของคอนโดแล้วเธอจะต้องมีการไปตรวจร่างกายและนำผลตรวจมาให้ภายใน 72 ชั่วโมงและที่สำคัญเธอยังต้องออกไปพักข้างนอกและกักตัวเองเป็นระยะเวลา 7 วันถึงจะกลับเข้ามาอาศัยอยู่ในคอนโดได้เหมือนเดิม

         ซึ่งเธอระบุว่าเธอเองนั้นอายุมากแล้วและเงินเธอก็ไม่ได้มีมากมายเธอต้องการให้เจ้าหน้าที่นิติช่วยแก้ไขกฎระเบียบต่างๆให้ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นิติเองก็ยืนยันว่าไม่สามารถปฏิบัติได้เพราะคนที่เป็นคนเริ่มต้นในการตั้งกฎนี้ก็คือตัวหญิงสาวเองที่สำคัญถ้าหากว่ามีการแก้กฎเพื่อให้หญิงสาวสามารถเข้ามาพักอาศัยได้นั่นหมายถึงว่าลูกบ้านคนอื่นอาจจะไม่พอใจได้เช่นเดียวกันดังนั้นสิ่งที่เขาแนะนำหญิงสาวคนดังกล่าวก็คือให้เข้าไปคุยกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆที่เธอเคยคุยสนับสนุนให้เพื่อนบ้านช่วยกันตั้งกฎการกักตัว 7 วันนี้ให้มีการยอมรับและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเพราะถ้าหากลูกบ้านทุกคนสามารถที่จะยอมเปลี่ยนกฎได้ตัวเขาเองซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่นิติบุคคลก็สามารถอนุโลมให้ได้เช่นเดียวกัน 

       อย่างไรก็ตามนี่คือสิ่งทีเราเรียกว่ากรรมตามทัน เพราะในช่วงที่เธอสบายดีเธอไม่เห็นใจคนอื่น ในตอนนี้คนอื่นก็ย่อมไม่เห็นใจเธอเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย    UFABET เว็บตรง

เปิดกลยุทธ์แรงจูงใจฉีดวัคซีนสหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกาเห็นว่าเขาได้มีมาตรการจูงใจกระตุ้นให้คนไปฉีดวัคซีนที่น่าสนใจมากก็ต้องเรียกว่าเป็นแรงจูงใจจากทุกสิ่งจริงๆเพราว่าตอนนี้อัตราการฉีดวัคซีนมันลดน้อยลงเรื่อยๆคนไม่ค่อยออกมาฉีดกันเพราะฉะนั้นพร้อมทั้งรัฐบาลกลางรัฐบาลท้องถิ่นทำทุกวิถีทางทำยังไงก็ได้เพื่อให้คนออกมาฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดลดแลกแจกแถมกันสุดๆเลย

สำหรับที่สหรัฐอเมริกาก็เดินหน้าฉีดวัคซีนกันไปมากแล้วแต่ผลก็คือพอฉีดวัคซีนไปได้ระยะเวลานึงคนก็เริ่มสงักและคนที่ยังลังเลอยู่ก็ยังไม่เลือกที่จะออกมาฉีดวัคซีนรวมไปถึงผู้ที่ต่อต้านการฉีดวัคซีนก็ไม่ยอมออกมาฉีดวัคซีนกันเพราะฉะนั้นแล้วรัฐบาลกลางรัฐบาลท้องถิ่นเองต้องพยายามทำทุกวิถีทางจริงๆอย่างเช่นที่น่าสนใจจริงๆก็คือที่รัฐโอไฮโอของสหรัฐอเมริกาเขามีสิ่งที่เรียกว่าล็อตโต้วัคซีน

ใครที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19แล้วเอาใบของคุณมายืนยันว่าคุณได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19แล้วแล้วคุณก็จะได้รับลอตเตอรี่ไปเลยหนึ่งใบเขาจะมีการจับรางวัลตลอดทุกๆสัปดาห์เลยสัปดาห์ละ5คนด้วยกันแล้วก็จะมีการประกาส5คนแลกในช่วงวันที่26พฤษภาคมนี้นั่นเอง

ซึ่งในรางวัลใหญ่ของเขาก็คือแจกไปเลย1ล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาตีเป็นเงินไทยก็ไม่ค่อยเยอะประมาณสัก31ล้านบาทเท่านั้นเองสำหรับหนึ่งรางวัลก็คือใครที่มีอายุมากกว่า18ปีก็จะได้รับเงินรางวัลสดไปเลยแต่ว่าใครที่อายุน้อยกว่า18ปีไม่ได้รับเงินสดแต่จะได้รับเป็นทุนการศึกษาเรียนจนจบ4ปีเลยทีเดียวสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆในรัฐโอไฮโอนั่นเอง

โดยว่าการรัฐโอไฮโอบอกว่าเงินรางวัลของลอตเตอรี่วัคซีนนี้ก็เป็นเงินจากกองทุนป้องกันโควิด-19ที่รัฐบาลกลางแจกจ่ายมาให้นั่นเองโอไฮโอก็เลยที่จะพยายามหาหนทางในการกระตุ้นทำให้คนออกมาฉีดวัคซีนกันให้มากขึ้นและวิธีนี้เขาเชื่อมากเหลือเกินว่าจะทำให้คนในรัฐออกมาฉีดวัคซีนกันได้มากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้หลายรัฐเองก็พยายามที่จะหาโปรโมชั่นต่างๆลดแลกแจกแถมเพื่อเอามาดึงดูดใจให้ประชาชนได้ออกมาฉีดวัคซีนกันไม่ว่าจะเป็นการแจกโดนัทฟรีแจกเบียร์ฟรีแจกตั๋วชมหนังต่างๆนานามีบัตรเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตฟรีอีกด้วย

ดังนั้นตรงจุดนี้เองก็เป็นมาตรการต่างๆของรัฐบาลท้องถิ่นทีนี้เรามาดูรัฐบาลกลางกันบ้างเมื่อวานนี้ได้มีข่าวมาว่าทางประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบอกว่าวันที่4กรกฎาคมที่เป็นวันชาติของสหรัฐอเมริกาวันที่สหรัฐอเมริกาเป็นอิสระภาพก็จะต้องเป็นวันที่สหรัฐเป็นอิสระจากโควิด-19ด้วยเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย    gclub casinoทดลองเล่น

เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่นกำลังดวงตก ใครๆก็ออกพากันมาแฉ 

          กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากอยู่ในขณะนี้เมื่อนักร้องสาวเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ถูก  เพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันออกมาแฉถึงพฤติกรรมการโกงเงินโดยคนแรกที่ออกมาแฉเรื่องของการที่ถูกลิลลี่โกงเงินนั้นก็คือ นักร้องหนุ่ม เกล้า เกริกพล เขาบอกว่าได้มีการสร้างผลงานเพลงร่วมกันออกมา

ซึ่งเพลงที่สร้างร่วมกันนั้นเป็นเพลงที่โด่งดังมากมียอดวิวในยูทูปหลายล้านคนซึ่งส่วนแบ่งจากทาง YouTube ที่จะให้กับยอดที่มีคนติดตามดูนั้นเป็นจำนวนมากกว่า 20 ล้านบาทแต่ว่าทางด้านเป็นหนี้นั้นกับแบ่งส่วนแบ่งให้กับตนเองนั้นได้ไม่ตรงตามที่เคยคุยกันไว้

ซึ่งแต่ก่อนนั้นได้มีการพูดถึงเรื่องของการแบ่งส่วนแบ่งกันว่าจะมีการแบ่งส่วนแบ่งให้กับ เกล้า ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดทั้งหมด พี่มีรายได้เข้ามาสำหรับการสร้างเพลงนี้ร่วมกันแต่เมื่อมีเพลงเข้ามาจริงๆเจนนี่กับให้ไม่ตรงตามที่เคยคุยกันเอาไว้อีกทั้งยังมีการแชร์เกี่ยวกับเรื่องของการออกโปรโมทผลงานเพลงตามรายการต่างๆว่ามีการให้เงินเพียงแค่ 500 บาท

ซึ่งทางรายการที่เชิญมายืนยันว่ามีการเสนอค่าตัวจ่ายมาถึง 10,000 บาทแต่เจนนี่กับแบ่งให้ เก้า เพียงแค่ 500 บาทเท่านั้นซึ่งทางด้านเก้าเองก็บอกว่าไม่คุ้มกับค่าเดินทางที่เขาจะต้องเดินทางต่างจังหวัดเข้ามาในกรุงเทพฯ  อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าวนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่ เก้า เกริกพล เท่านั้น

ที่ออกมาแต่พฤติกรรมการโกงเงินของลิลลี่เพราะว่ายังมีสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเธอนั้นเคยเป็นนักร้องร่วมค่ายของทางลิลลี่เองก็ได้ออกมาแฉถึงข้อมูลการโกงซึ่งตัวนักร้องสาวนั้น ยืนยันว่าเธอก็ถูกโกงเหมือนกัน โดยเธอมีหลักฐานการโอนเงินมาให้ดู 

ซึ่งนักร้องสาว คนดังกล่าวที่ออกมาร่วม เก้า แฉ นั้นก็คือ เปา กิ่งกาญจน์  อีกทั้งจะมีเองก็เคยมีการไลฟ์สดเกี่ยวกับเรื่องของค่าตัวโดยระบุว่าเธอได้ไปโชว์ตัวที่รายการโหนกระแสของหนุ่มกรรชัยกำเนิดพลอยและเธอนั้นได้ค่าตัวในการโชว์ตัวในครั้งนั้นเพียงแค่ 3000 บาทเท่านั้น

เธอก็ได้โอนเงินให้กับนักร้องเก้าเกริกพลอยู่ที่ 500 บาทซึ่งเธอจะต้องจ่ายเงินค่าตัวให้น้องสาวและยังต้องจ่ายค่ารถและค่าที่พักอีกด้วยซึ่งต่อมาทางด้านหนุ่มกรรชัยเองก็ออกเอาหลักฐานมายืนยันว่าทางรายการโหนกระแสนั้นไม่ได้จ่ายเงินแค่เพียง 3000 บาทเท่านั้น

แต่รายการโหนกระแสในการจ่ายเงินให้กับเจนนี่นั้นถึง 10,000 บาทเลยทีเดียวทำให้ตอนนี้เป็นหนี้กลายเป็นคนที่คนในโลกออนไลน์กำลังจับตาดูว่าเธอนั้นจะออกมา แก้ตัวยังไงบ้างและยังมีดาราอีกหลายคนที่ออกมาพูดถึงพฤติกรรมของเธอว่าเธอนั้นมีลักษณะนิสัยของการโกงเงินเพื่อนดาราคนอื่นด้วยกันซึ่งคนในวงการบันเทิงต่างพากันรู้กันทั่วคงต้องรอดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วชีวิตในวงการบันเทิงของเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่นจะสามารถโด่งดังต่อในวงการบันเทิงต่อไปได้อีกหรือไม่

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.      คาสิโนออนไลน์ เติมเงินขั้นต่ำ 100 เดียว

ภรรยาป่วยตายสามีตรอมใจกอดโลงศพภรรยา 7 ชั่วโมงตายตาม   

         เรื่องราวที่จะเล่า  ดังต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของความรักของความผูกพันของคนซึ่งเขาอยู่ด้วยกันมานาน  และเป็นคู่ชีวิตกันจริงๆแล้วสุดท้ายเวลาคนนึงจากตายอีกคนนึงเข้าใจว่าคงขอตามไปด้วย     เหตุการณ์สลดใจที่กู้ภัย ได้มีการเล่าผ่านเฟสบุ๊กนั่นก็คือ มีชายคนนึงที่นั่งคู่กับโรงศพ   ผู้ชายคนนี้เขาเป็นสามีของคนที่เสียชีวิตแล้วก็กำลังจะนำร่างของคนตายไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน 

     ซึ่งทางด้านกู้ภัยได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า มีคู่สามีภรรยาคนหนึ่งโดยภรรยาของเขานั้นเสียชีวิตจากอาการป่วยจึงได้มีการนำร่างออกจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะไปเอาศพโดยมีสามีของผู้เสียชีวิตนั้นนั่งอยู่ในรถกู้ภัยในขณะที่มีการเคลื่อนย้ายศพไปที่บ้านด้วยซึ่งศพของฝ่ายหญิงนั้นนอนอยู่ในโลงศพในรูปจะเห็นได้ว่าสามีของหญิงสาวนั้นได้มีการก่อโลงศพและร้องไห้อยู่ตลอดเวลาโดยกู้ภัยบอกว่าตั้งแต่ภรรยาของเขาตายชายคนดังกล่าวก็ร้องไห้มาโดยตลอดตั้งแต่นำร่างใส่โลงศพและนำโรงศพขึ้นรถหลังจากนั้นก็ขับรถมาเรื่อยๆเพื่อที่จะไปให้ถึงบ้านของสามีภรรยาคู่นี้

       และเมื่อรถของกู้ภัยเดินทางมาถึงบ้านของสามีภรรยาคู่นี้ปรากฏว่าพอนำโรงศพของภรรยามาวางไว้ด้านนอกของตัวรถกว่าสามีก็เสียชีวิตทันทีจึงเป็นภาพสลดใจที่ทางด้านกู้ภัยเห็นจนต้องนำออกมาแชร์ให้คนในโลกออนไลน์ได้รับทราบถึงความรักที่สามีภรรยาคู่นี้มีให้แก่กัน  ส่วนสภาพศพของฝ่ายชายที่ชื่อว่าคุณลุงทองแดงนั้นสภาพศพมีอาการตาค้างมือและเท้าเกร็งมีน้ำลายฟูมปากและยังคงมีน้ำตาไหลออกมาเป็นทางซึ่งสภาพศพนั้นเป็นที่น่าเวทนาให้กับคนที่เห็นเหตุการณ์ทุกคนเลยทีเดียว 

          ส่วนทางด้านญาติๆของสามีภรรยาคู่นี้ก็ให้ข้อมูลว่าทั้งคู่เป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันมากและเคยได้ยินทั้งคู่บอกว่าถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียชีวิตก่อนอีกฝ่ายหนึ่งก็จะตายตามซึ่งทุกคนก็ไม่คิดว่าเรื่องราวนี้จะเกิดขึ้นมาจริงๆในขณะนี้ทางด้านญาติๆจึงได้มีการจัดงานศพให้กับคนทั้งคู่โดยมีการตั้งโรงศพเอาไว้คู่กันโดยหวังว่าหลังจากทำพิธีเผาเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็จะสามารถไปอยู่ด้วยกันในอีกภพภูมิ 1 ครั้งหน้าได้

        อย่างไรก็ตามนี่คือเรื่องราวความรักของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่รักกันมากซึ่งในสังคมไทยปัจจุบันนี้เราแทบจะหาคู่รักที่รักกันแบบนี้ไม่ค่อยได้แล้วเพราะปัจจุบันนี้หากมีเรื่องอะไรเล็กน้อยก็มักจะทะเลาะกันและสุดท้ายก็จบลงด้วยการเลิกรากันไป

 

สนับสนุนโดย.  ufabet สมัครสมาชิก

พีอาร์สาวกินเหล้าชอต

พีอาร์สาวกินเหล้าชอตเงินไปเกือบหกหมื่นบาท

                พีอาร์สาวกินเหล้าชอต เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากอยู่ในขณะนี้ถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ได้โพสต์เฟสบุ๊กแสดงสลิปเงินเข้าบัญชีของตัวเองเป็นจำนวนถึงเกือบหกหมื่นบาทโดยเธอได้เขียนระบุที่มาของเงินด้วยว่าเธอทำงานเป็นพีอาร์ของร้านเหล้าแห่งหนึ่ง

ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอได้ดูแลลูกค้าด้วยการขายดริงก์ให้กับลูกค้าได้มากถึง 520 ชอตซึ่งเธอยังได้ถ่ายรูปแก้วเหล้าชอตวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะเป็นจำนวนมากอีกด้วย ทั้งนี้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดื่มเหล้าของเธอกันเยอะมากทั้งชื่นชมที่เธอกินเก่งมาก

อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ แต่ก็มีหลายคนที่ออกมาบอกว่าเป็นห่วงเธอเพราะเธอดื่มหนักมาก ซึ่งมันเกินจากมาตราที่ร่างกายของคนเราจะรับไหว ซึ่งการดื่มเหล้าเยอะๆจะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมาก อาจทำให้เสียชีวิตได้

           รู้สึกชื่นชมในความสามารถของพีอาร์สาวคนนี้นะที่สามารถดื่มได้เก่งมากขนาดนี้แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเป็นห่วงว่าร่างกายของเธอจะรับไหวหรือไม่ เพราะเคยมีกรณีแบบนี้มาแล้ว ที่กินเหล้าชอตเยอะเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหวและต้องเสียชีวิตจนเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วของนางแบบสาวแสนสวย อย่างลัลลาเบล

          ซึ่งช่วงที่มีข่าวของนางแบบสาวออกมา หลายคนต่างก็ออกมาบอกถึงผลเสียของการกินเหล่าเยอะเกินไปในแต่ละวันให้ทราบแล้วว่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดีแค่ไหน และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากมายเพียงใด ดังนั้นข่าวนั้นจึงเหมือนเป็นอุทาหรณ์ที่ให้คนที่คิดจะกินเหล้าเพียวๆในปริมาณที่เยอะมากๆคิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจกินเหล้าเข้าไป เพราะนอกจากจะทำให้ขาดสติ ไม่มีความยับยั้งชั่งใจในการทำอะไรแล้ว ยังมีผลพวงของผลเสียที่ตามมาอีกมากมายนับไม่ถ้วน

        เชื่อว่าข่าวนี้เผยแพร่ออกมาคงมีหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกินเหล้าของเธอที่ดูจะเยอะจนเกินไปเพื่อให้เธอได้ระมัดระวังตัวเองด้วย และเธอควรจะไปตรวจร่างกายว่าภายในร่างกายมีความผิดปกติอะไรหรือไม่ ทุกคนเข้าใจว่านี่คืองาน คืออาชีพของเธอ แต่คนในสังคมต่างก็เป็นห่วงเธอมากว่า

สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่มันเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม ตอนนี้ร่างกายของเธออาจจะทนได้แต่มันจะทนได้นานแค่ไหน และที่สำคัญถึงอาการจะไม่ได้แสดงออกในตอนนี้แต่การกินเหล้าเยอะๆก็เป็นการสะสมโรคให้กับร่างกาย อย่างน้อย ณ เวลานี้เธออาจจะร่างกายกำลังทรุดโทรมอยู่ภายในก็ได้ ก็ได้แต่หวังว่าการที่หลายๆคนเข้ามาเตือนเธอถึงอันตรายของเหล้าเธอจะรับฟังและลองลดปริมาณการกินลงบ้าง เพื่อตัวเธอเอง

 

สนับสนุนโดย   betufa

เพื่อนให้ค้ำประกัน

เพื่อนให้เซ็นค้ำประกัน

เพื่อนให้ค้ำประกัน สุดเศร้า ทนาย หลอก เพียงแค่เพื่อนให้เซ็นค้ำประกันซื้อรถจักรยานยนต์ถูกยึดที่ดิน 14 ไร่

            บางครั้งการที่เราไว้ใจคนมากเกิดไปชีวิตของเราก็มีปัญหาตามมาวุ่นวายมาก ดังเรื่องเล่าของหญิงชราวัย 56 ปีคนหนึ่งที่ไว้ใจเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานาน มาขอร้องให้ช่วยเซ็นค้ำประกันให้หน่อยเพราะต้องการจะซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งหญิงชราเห็นว่าเป็นเพื่อนกันมานานคงไม่มีอะไร

จึงไปทำการเซ็นค้ำประกันให้เพื่อนต่อมาเพื่อนกลับมาบอกว่าไม่สามารถส่งค่าผ่อนรถได้ไหว ขอให้หญิงชราไปเป็นเพื่อนเพื่อพูดคุยกับบริษัทขายรถจักรยานยนต์เป็นเพื่อนหน่อย แต่เนื่องจากหญิงชราป่วยจึงไม่ได้ไปด้วย และหลังจากนั้นไม่นานทางบริษัทที่ขายรถจักรยานยนต์ก็ให้ทนายความมาคุย

เพื่อเจรจาแต่หญิงชรายังป่วยทางทนายความจึงได้ให้หญิงชราเซ็นมอบอำนาจเพื่อให้ทนายความไปดำเนินการแทน ซึ่งหลังจากเซ็นมอบอำนาจไปแล้วไม่นานก็มีการป้ายยึดทรัพย์มาติดไว้ที่หน้าบ้าน โดยรายละเอียดของการยึดทรัพย์ยึดทั้งบ้านและที่ดินรวม 14 ไร่

  ซึ่งทนายความคนเดิมก็อาสาเสนอตัวจะช่วย โดยทรัพย์สินของหญิงชราถูกยื่นขายทอดตลาด ในราคา 340000 บาทแต่ทนายความบอกว่าไม่ให้หญิงชราพูดอะไรเดียวเขาจัดการให้เอง ซึงหลังจากนั้นเธอมาทราบว่าทางทนายความคนนั้นทำการซื้อทรัพย์สินของเธอไป และเมื่อเธอขอซื้อคืนในราคาห้าแสนบาททางทนายความคนเดิมไม่ยอมขาย โดยบอกว่าถ้าต้องการซื้อคืนจะขายคืนให้ในราคา 4 ล้านบาท

แต่เธอไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อที่ดินในราคา 4 ล้านบาทต่อมาไม่นานเธอได้รับหมายเรียกจากตำรวจโดยทนายความได้แจ้งข้อหาบุกรุกที่ดินกับเธอ ทำให้เธอถูกจับติดคุก ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านหาเงินห้าพันบาทมาช่วยประกันตัวเธอออกจากคุกและทนายยังบอกให้เธอรีบย้ายของออกจากที่ดินดังกล่าวทันที หญิงชรากล่าวว่าเธออยากจะขอร้องทนายความให้ช่วยเห็นใจเธอบ้างเธอจะหาเงินมาซื้อต่อในราคาห้าแสนบาท

ให้แต่ถ้าเป็นราคาหลักล้านเธอไม่มีปัญญาหาได้จริง ซึ่งจากการไปสอบถามกับบริษัทรถจักรยานยนต์ได้ความมาว่า  ทางบริษัทไม่ได้ให้ทนายความทำการยึดทรัพย์สินของหญิงชราเลย สิ่งที่ทนายความทำทั้งหมดบริษัทไม่ได้รู้เรื่องด้วย ทางบริษัทให้ทนายความแค่เรียกเงินค่ารถคืนอย่างเดียวเท่านั้น

ส่วนที่เหลือทนายคนนั้นเป็นคนทำเองทั้งหมดและหากทางตำรวจยังสงสัยก็สามารถตรวจสอบเส้นทาง ทางการเงินของบริษัทตนกับของทนายคนนั้นได้ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ตอนนี้หญิงชราทำอะไรไม่ได้จึงทำได้เพียงแขวนป้ายขอร้องให้ นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์เขามาช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้ด้วยเพราะเธอหมดที่พึงแล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี คงต้องรอดูกันว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   บาคาร่าอันดับ

เตือนภัยสังคมอย่าทิ้งลูก

เตือนภัยสังคม อย่าทิ้งลูกเล็กๆไว้ลำเพียงลำพัง

เตือนภัยสังคมอย่าทิ้งลูก เตือนภัยสังคม อย่าทิ้งลูกเล็กๆไว้ลำเพียงลำพัง เพราะแค่ 3 นาทีที่เห็นลูกทรมานเพราะขนมติดคอมันสุดแสนทรมานมาก

                  มีผู้ใช้งานเฟสบุ๊กรายหนึ่งออกมาเตือนภัย พ่อแม่ทุกคนในสังคมโซเชียวว่าอย่าทิ้งลูกน้อยไว้เพียงลำพัง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งเขาได้ยกตัวอย่างเคสของเขากับเรามาว่าให้ฟัง โดยเขาบอกว่าเขากำลังนอนเล่นกับลูกน้อยอยู่บน แต่เขาหิวน้ำหันมาดูลูกน้อยก็เห็นว่านอนตะแคง

อยู่จึงคิดว่าลูกคงนอนหลับ จึงได้เดินออกไปจากห้องเพื่อไปหยิบน้ำกินโดยปล่อยลูกน้อยเอาไว้เพียงลำพัง ซึ่งเขาออกไปกินน้ำแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้นกลับเข้ามาในห้อง เขาเห็นลูกของเขากำลังนอนคว่ำแล้วเหมือนเอามือล้วงเข้าไปในปาก แล้วลูกของเขาก็ดิ้นและเริ่มชัก

นาทีนั้นเขาตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก เขาเห็นลูกของเขาตัวเริ่มอ่อนแรง เขาเริ่มคิดได้แล้วว่าน่าจะมีอะไรติดคอของลูกเขา  ลูกเขาเริ่มร้องไห้ และตัวเขาเองก็ร้องไห้ เขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นไปหมด นาทีนี้เขาทำทุกอย่างพยายามนิ้วล้วงไปในปากลูก ทุบหลังลูกและในทีสุด เขาจึงอุ้มลูกขึ้นมาเอาลูกพาดบ่าแล้วจับตัวลูกเขย่าซึ่งสักพักขนมก็หลุดออกมาจากปากของลูก นาทีนั้นผ่านไปแค่เพียง 2 นาทีเท่านั้นเอง

แต่เขารู้สึกเหมือนกับว่าเวลามันผ่านไปนานมาก  ความรู้สึกของเขาในเวลาในมันรู้สักทรมานเป็นอย่างมาก และสุดท้ายเมื่อลูกปลอดภัยมันทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งมาก เขารู้ว่าเขารักลูกมากแค่ไหนและหากลูกเป็นอะไรไปเขาคงกับภรรยาคงอยู่ไม่ได้ เขาจึงได้โพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าวเอาไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่ทุกคนที่มีลูกยังเล็กอย่าได้ปล่อยลูกเอาไว้เพียงลำพังอย่างเด็ดขาดเพราะแค่เสี้ยววินาทีเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้

             เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าคุณพ่อคุณแม่ครอบครัวนี้โชคดีมากที่สามารถทำให้ลูกอาเจียนออกมาจนลูกปลอดภัยได้หลายคนบ่อยครั้งที่มักประมาทเพราะคิดว่านิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก แต่เชื่อเถอะว่าแค่นิดหน่อยก็สามารถทำให้เด็กเสียชีวิตมานักต่อนักแล้ว

และยังดีมากที่คุณพ่อมีสติมากพอที่จะรู้ว่าควรแก้ไขปัญหาของติดคอได้อย่างไร ดังนั้นหวังว่าเห็นการในครั้งนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจให้คุณพ่อท่านนี้ดูแลลูกน้อยของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมและคงจะเป็นการช่วยสอนให้คนอื่นไม่ประมาทเหมือนอย่างที่คุณพ่อท่านนี้ได้เล่าเอาไว้ให้ฟัง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นแล้ว มันอาจแก้ไขได้ไม่ทันการแล้วจะมาเสียใจที่หลัง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย      ีดฟิำะ

คนทั้งหมู่บ้านร่วมใจกัน

คนทั้งหมู่บ้านร่วมใจกันซื้อของขวัญปีใหม่ให้ รปภ. หมู่บ้าน

    คนทั้งหมู่บ้านร่วมใจกัน ในโลกสังคมออนไลน์มีการแชร์ข่าวเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยหมู่บ้านแห่งนี้ลูกบ้านจะรวมเงินกันซื้อของขวัญปีใหม่มามอบให้กับ รปภ. ซึ่งมีการทำแบบนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว โดยทางลูกบ้านบอกว่าเป็นการขอบคุณที่ รปภ. มีการดูแลรักษาหมู่บ้านและคอยช่วยเหลือลูกบ้านเป็นอย่างดี

ทั้งดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัย ซ่อมประตูหน้าต่าง บริการเรียกรถแท็กซี่ให้ และที่สำคัญ รปภ. ทุกคนสามารถจดจำทะเบียนรถของลูกบ้านได้ทุกคันว่าทะเบียนรถคันไหน อยู่บ้านหลังไหน อยู่ซอยไหน และยังสามารถจำทะเบียนรถของเพื่อนของลูกบ้านที่มักจะเดินทางมาหาลูกบ้านบ่อยๆได้ด้วย

โดยสามารถนำทางรถของเพื่อนลูกบ้านไปส่งถึงหน้าบ้านได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องทำว่ามาติดต่อบ้านหลังไหน ซึ่งทาง รปภ. กลุ่มนี้มีทั้งหมด 9 คน และทั้ง 9 คนก็ทำงานกับหมู่บ้านแห่งนี้มานานเกินกว่า 14 ปีแล้ว ส่วนลูกบ้านก็กล่าวชม รปภ. ว่ากลุ่ม รปภ. กลุ่มนี้มีการดูแลและให้บริการดูบ้านและเพื่อนๆของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี อย่างช่วงปี 2554 เป็นปีที่น้ำท่วม หมู่บ้านแห่งนี้ก็โดนน้ำท่วมด้วยเช่นกัน รปภ. ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง

ไม่หนีไปไหนและยังพายเรือเอาข้าวสารอาหารแห้งที่มีคนมาแจกตามหมู่บ้านเข้ามาแจกจ่ายให้กับลูกบ้านอีกด้วย อีกทั้งหากเจ้าของบ้านไหนไม่อยู่บ้าน ทาง รปภ. ก็จะคอยหมั่นมาตรวจตราดูแลรักษาบ้านให้เป็นพิเศษ ซึ่งทั้งลูกบ้านและ รปภ. บ้านนี้มีการดูแลกันและกันอย่างดีมาตลอด  ส่วนของขวัญปีใหม่นั้นทาง รปภ. บอกว่าทางลูกบ้านจะให้เยอะแบบนี้ทุกปี ซึ่งพวกเขาก็จะมีการจับฉลากกันว่าใครจะได้ของอันไหนกันบ้าง

              นับเป็นข่าวที่อ่านแล้วรู้สึกดีอย่างมากเพราะไม่เคยมีข่าวที่ลูกบ้านของหมู่บ้านและ รปภ. จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหมือนกับที่นี่ ซึ่งหากทุกหมู่บ้าน สามารถเป็นแบบนี้ได้ทุกที่คงจะดีมาก เพราะคนที่อยู่ในหมู่บ้านก็สามารถอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าตัว รปภ. เอง

จะกลายมาเป็นโจรทำร้ายเราเสียเอง ส่วน รปภ. ก็จะรู้สึกว่าการทำงานไม่ได้ใช่อาชีพที่ต่ำเตี้ยเพราะพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างดี อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกน้อยใจเหมือนกับ รปภ. ที่อื่นที่เคยมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ว่าถึงขนาดด่าทอ และชกต่อยกับลูกบ้าน

              คนที่อยู่ในสังคมหมู่บ้านที่มี รปภ. คอยดูแลความสะดวกและความปลอดภัยให้ควรเอาแบบอย่างหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะถ้าเราดีกับเขา ไม่ได้มองเขาว่าเป็นคน คนละชั้นกัน อยู่ด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน สังคมเราน่าอยู่แน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง