คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคมทั่วไป

พีอาร์สาวกินเหล้าชอตเงินไปเกือบหกหมื่นบาท

                เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากอยู่ในขณะนี้ถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่ได้โพสต์เฟสบุ๊กแสดงสลิปเงินเข้าบัญชีของตัวเองเป็นจำนวนถึงเกือบหกหมื่นบาทโดยเธอได้เขียนระบุที่มาของเงินด้วยว่าเธอทำงานเป็นพีอาร์ของร้านเหล้าแห่งหนึ่ง

ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอได้ดูแลลูกค้าด้วยการขายดริงก์ให้กับลูกค้าได้มากถึง 520 ชอตซึ่งเธอยังได้ถ่ายรูปแก้วเหล้าชอตวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะเป็นจำนวนมากอีกด้วย ทั้งนี้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดื่มเหล้าของเธอกันเยอะมากทั้งชื่นชมที่เธอกินเก่งมาก

อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ แต่ก็มีหลายคนที่ออกมาบอกว่าเป็นห่วงเธอเพราะเธอดื่มหนักมาก ซึ่งมันเกินจากมาตราที่ร่างกายของคนเราจะรับไหว ซึ่งการดื่มเหล้าเยอะๆจะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมาก อาจทำให้เสียชีวิตได้

           รู้สึกชื่นชมในความสามารถของพีอาร์สาวคนนี้นะที่สามารถดื่มได้เก่งมากขนาดนี้แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเป็นห่วงว่าร่างกายของเธอจะรับไหวหรือไม่ เพราะเคยมีกรณีแบบนี้มาแล้ว ที่กินเหล้าชอตเยอะเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหวและต้องเสียชีวิตจนเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วของนางแบบสาวแสนสวย อย่างลัลลาเบล

          ซึ่งช่วงที่มีข่าวของนางแบบสาวออกมา หลายคนต่างก็ออกมาบอกถึงผลเสียของการกินเหล่าเยอะเกินไปในแต่ละวันให้ทราบแล้วว่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดีแค่ไหน และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากมายเพียงใด ดังนั้นข่าวนั้นจึงเหมือนเป็นอุทาหรณ์ที่ให้คนที่คิดจะกินเหล้าเพียวๆในปริมาณที่เยอะมากๆคิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจกินเหล้าเข้าไป เพราะนอกจากจะทำให้ขาดสติ ไม่มีความยับยั้งชั่งใจในการทำอะไรแล้ว ยังมีผลพวงของผลเสียที่ตามมาอีกมากมายนับไม่ถ้วน

        เชื่อว่าข่าวนี้เผยแพร่ออกมาคงมีหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกินเหล้าของเธอที่ดูจะเยอะจนเกินไปเพื่อให้เธอได้ระมัดระวังตัวเองด้วย และเธอควรจะไปตรวจร่างกายว่าภายในร่างกายมีความผิดปกติอะไรหรือไม่ ทุกคนเข้าใจว่านี่คืองาน คืออาชีพของเธอ แต่คนในสังคมต่างก็เป็นห่วงเธอมากว่า

สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่มันเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อม ตอนนี้ร่างกายของเธออาจจะทนได้แต่มันจะทนได้นานแค่ไหน และที่สำคัญถึงอาการจะไม่ได้แสดงออกในตอนนี้แต่การกินเหล้าเยอะๆก็เป็นการสะสมโรคให้กับร่างกาย อย่างน้อย ณ เวลานี้เธออาจจะร่างกายกำลังทรุดโทรมอยู่ภายในก็ได้ ก็ได้แต่หวังว่าการที่หลายๆคนเข้ามาเตือนเธอถึงอันตรายของเหล้าเธอจะรับฟังและลองลดปริมาณการกินลงบ้าง เพื่อตัวเธอเอง

 

สนับสนุนโดย   betufa

เพื่อนให้เซ็นค้ำประกัน

สุดเศร้า ทนาย หลอก เพียงแค่เพื่อนให้เซ็นค้ำประกันซื้อรถจักรยานยนต์ถูกยึดที่ดิน 14 ไร่

            บางครั้งการที่เราไว้ใจคนมากเกิดไปชีวิตของเราก็มีปัญหาตามมาวุ่นวายมาก ดังเรื่องเล่าของหญิงชราวัย 56 ปีคนหนึ่งที่ไว้ใจเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานาน มาขอร้องให้ช่วยเซ็นค้ำประกันให้หน่อยเพราะต้องการจะซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งหญิงชราเห็นว่าเป็นเพื่อนกันมานานคงไม่มีอะไร

จึงไปทำการเซ็นค้ำประกันให้เพื่อนต่อมาเพื่อนกลับมาบอกว่าไม่สามารถส่งค่าผ่อนรถได้ไหว ขอให้หญิงชราไปเป็นเพื่อนเพื่อพูดคุยกับบริษัทขายรถจักรยานยนต์เป็นเพื่อนหน่อย แต่เนื่องจากหญิงชราป่วยจึงไม่ได้ไปด้วย และหลังจากนั้นไม่นานทางบริษัทที่ขายรถจักรยานยนต์ก็ให้ทนายความมาคุย

เพื่อเจรจาแต่หญิงชรายังป่วยทางทนายความจึงได้ให้หญิงชราเซ็นมอบอำนาจเพื่อให้ทนายความไปดำเนินการแทน ซึ่งหลังจากเซ็นมอบอำนาจไปแล้วไม่นานก็มีการป้ายยึดทรัพย์มาติดไว้ที่หน้าบ้าน โดยรายละเอียดของการยึดทรัพย์ยึดทั้งบ้านและที่ดินรวม 14 ไร่

  ซึ่งทนายความคนเดิมก็อาสาเสนอตัวจะช่วย โดยทรัพย์สินของหญิงชราถูกยื่นขายทอดตลาด ในราคา 340000 บาทแต่ทนายความบอกว่าไม่ให้หญิงชราพูดอะไรเดียวเขาจัดการให้เอง ซึงหลังจากนั้นเธอมาทราบว่าทางทนายความคนนั้นทำการซื้อทรัพย์สินของเธอไป และเมื่อเธอขอซื้อคืนในราคาห้าแสนบาททางทนายความคนเดิมไม่ยอมขาย โดยบอกว่าถ้าต้องการซื้อคืนจะขายคืนให้ในราคา 4 ล้านบาท

แต่เธอไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อที่ดินในราคา 4 ล้านบาทต่อมาไม่นานเธอได้รับหมายเรียกจากตำรวจโดยทนายความได้แจ้งข้อหาบุกรุกที่ดินกับเธอ ทำให้เธอถูกจับติดคุก ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านหาเงินห้าพันบาทมาช่วยประกันตัวเธอออกจากคุกและทนายยังบอกให้เธอรีบย้ายของออกจากที่ดินดังกล่าวทันที หญิงชรากล่าวว่าเธออยากจะขอร้องทนายความให้ช่วยเห็นใจเธอบ้างเธอจะหาเงินมาซื้อต่อในราคาห้าแสนบาท

ให้แต่ถ้าเป็นราคาหลักล้านเธอไม่มีปัญญาหาได้จริง ซึ่งจากการไปสอบถามกับบริษัทรถจักรยานยนต์ได้ความมาว่า  ทางบริษัทไม่ได้ให้ทนายความทำการยึดทรัพย์สินของหญิงชราเลย สิ่งที่ทนายความทำทั้งหมดบริษัทไม่ได้รู้เรื่องด้วย ทางบริษัทให้ทนายความแค่เรียกเงินค่ารถคืนอย่างเดียวเท่านั้น

ส่วนที่เหลือทนายคนนั้นเป็นคนทำเองทั้งหมดและหากทางตำรวจยังสงสัยก็สามารถตรวจสอบเส้นทาง ทางการเงินของบริษัทตนกับของทนายคนนั้นได้ว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ตอนนี้หญิงชราทำอะไรไม่ได้จึงทำได้เพียงแขวนป้ายขอร้องให้ นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์เขามาช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้ด้วยเพราะเธอหมดที่พึงแล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี คงต้องรอดูกันว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   บาคาร่าอันดับ

เตือนภัยสังคม อย่าทิ้งลูกเล็กๆไว้ลำเพียงลำพัง

เตือนภัยสังคม อย่าทิ้งลูกเล็กๆไว้ลำเพียงลำพัง เพราะแค่ 3 นาทีที่เห็นลูกทรมานเพราะขนมติดคอมันสุดแสนทรมานมาก

                  มีผู้ใช้งานเฟสบุ๊กรายหนึ่งออกมาเตือนภัย พ่อแม่ทุกคนในสังคมโซเชียวว่าอย่าทิ้งลูกน้อยไว้เพียงลำพัง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งเขาได้ยกตัวอย่างเคสของเขากับเรามาว่าให้ฟัง โดยเขาบอกว่าเขากำลังนอนเล่นกับลูกน้อยอยู่บน แต่เขาหิวน้ำหันมาดูลูกน้อยก็เห็นว่านอนตะแคง

อยู่จึงคิดว่าลูกคงนอนหลับ จึงได้เดินออกไปจากห้องเพื่อไปหยิบน้ำกินโดยปล่อยลูกน้อยเอาไว้เพียงลำพัง ซึ่งเขาออกไปกินน้ำแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้นกลับเข้ามาในห้อง เขาเห็นลูกของเขากำลังนอนคว่ำแล้วเหมือนเอามือล้วงเข้าไปในปาก แล้วลูกของเขาก็ดิ้นและเริ่มชัก

นาทีนั้นเขาตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก เขาเห็นลูกของเขาตัวเริ่มอ่อนแรง เขาเริ่มคิดได้แล้วว่าน่าจะมีอะไรติดคอของลูกเขา  ลูกเขาเริ่มร้องไห้ และตัวเขาเองก็ร้องไห้ เขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นไปหมด นาทีนี้เขาทำทุกอย่างพยายามนิ้วล้วงไปในปากลูก ทุบหลังลูกและในทีสุด เขาจึงอุ้มลูกขึ้นมาเอาลูกพาดบ่าแล้วจับตัวลูกเขย่าซึ่งสักพักขนมก็หลุดออกมาจากปากของลูก นาทีนั้นผ่านไปแค่เพียง 2 นาทีเท่านั้นเอง

แต่เขารู้สึกเหมือนกับว่าเวลามันผ่านไปนานมาก  ความรู้สึกของเขาในเวลาในมันรู้สักทรมานเป็นอย่างมาก และสุดท้ายเมื่อลูกปลอดภัยมันทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งมาก เขารู้ว่าเขารักลูกมากแค่ไหนและหากลูกเป็นอะไรไปเขาคงกับภรรยาคงอยู่ไม่ได้ เขาจึงได้โพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าวเอาไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่ทุกคนที่มีลูกยังเล็กอย่าได้ปล่อยลูกเอาไว้เพียงลำพังอย่างเด็ดขาดเพราะแค่เสี้ยววินาทีเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้

             เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าคุณพ่อคุณแม่ครอบครัวนี้โชคดีมากที่สามารถทำให้ลูกอาเจียนออกมาจนลูกปลอดภัยได้หลายคนบ่อยครั้งที่มักประมาทเพราะคิดว่านิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก แต่เชื่อเถอะว่าแค่นิดหน่อยก็สามารถทำให้เด็กเสียชีวิตมานักต่อนักแล้ว

และยังดีมากที่คุณพ่อมีสติมากพอที่จะรู้ว่าควรแก้ไขปัญหาของติดคอได้อย่างไร ดังนั้นหวังว่าเห็นการในครั้งนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจให้คุณพ่อท่านนี้ดูแลลูกน้อยของตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิมและคงจะเป็นการช่วยสอนให้คนอื่นไม่ประมาทเหมือนอย่างที่คุณพ่อท่านนี้ได้เล่าเอาไว้ให้ฟัง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นแล้ว มันอาจแก้ไขได้ไม่ทันการแล้วจะมาเสียใจที่หลัง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย      ีดฟิำะ

คนทั้งหมู่บ้านร่วมใจกันซื้อของขวัญปีใหม่ให้ รปภ. หมู่บ้าน

     ในโลกสังคมออนไลน์มีการแชร์ข่าวเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยหมู่บ้านแห่งนี้ลูกบ้านจะรวมเงินกันซื้อของขวัญปีใหม่มามอบให้กับ รปภ. ซึ่งมีการทำแบบนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว โดยทางลูกบ้านบอกว่าเป็นการขอบคุณที่ รปภ. มีการดูแลรักษาหมู่บ้านและคอยช่วยเหลือลูกบ้านเป็นอย่างดี

ทั้งดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัย ซ่อมประตูหน้าต่าง บริการเรียกรถแท็กซี่ให้ และที่สำคัญ รปภ. ทุกคนสามารถจดจำทะเบียนรถของลูกบ้านได้ทุกคันว่าทะเบียนรถคันไหน อยู่บ้านหลังไหน อยู่ซอยไหน และยังสามารถจำทะเบียนรถของเพื่อนของลูกบ้านที่มักจะเดินทางมาหาลูกบ้านบ่อยๆได้ด้วย

โดยสามารถนำทางรถของเพื่อนลูกบ้านไปส่งถึงหน้าบ้านได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องทำว่ามาติดต่อบ้านหลังไหน ซึ่งทาง รปภ. กลุ่มนี้มีทั้งหมด 9 คน และทั้ง 9 คนก็ทำงานกับหมู่บ้านแห่งนี้มานานเกินกว่า 14 ปีแล้ว ส่วนลูกบ้านก็กล่าวชม รปภ. ว่ากลุ่ม รปภ. กลุ่มนี้มีการดูแลและให้บริการดูบ้านและเพื่อนๆของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี อย่างช่วงปี 2554 เป็นปีที่น้ำท่วม หมู่บ้านแห่งนี้ก็โดนน้ำท่วมด้วยเช่นกัน รปภ. ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง

ไม่หนีไปไหนและยังพายเรือเอาข้าวสารอาหารแห้งที่มีคนมาแจกตามหมู่บ้านเข้ามาแจกจ่ายให้กับลูกบ้านอีกด้วย อีกทั้งหากเจ้าของบ้านไหนไม่อยู่บ้าน ทาง รปภ. ก็จะคอยหมั่นมาตรวจตราดูแลรักษาบ้านให้เป็นพิเศษ ซึ่งทั้งลูกบ้านและ รปภ. บ้านนี้มีการดูแลกันและกันอย่างดีมาตลอด  ส่วนของขวัญปีใหม่นั้นทาง รปภ. บอกว่าทางลูกบ้านจะให้เยอะแบบนี้ทุกปี ซึ่งพวกเขาก็จะมีการจับฉลากกันว่าใครจะได้ของอันไหนกันบ้าง

              นับเป็นข่าวที่อ่านแล้วรู้สึกดีอย่างมากเพราะไม่เคยมีข่าวที่ลูกบ้านของหมู่บ้านและ รปภ. จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเหมือนกับที่นี่ ซึ่งหากทุกหมู่บ้าน สามารถเป็นแบบนี้ได้ทุกที่คงจะดีมาก เพราะคนที่อยู่ในหมู่บ้านก็สามารถอยู่ในหมู่บ้านได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าตัว รปภ. เอง

จะกลายมาเป็นโจรทำร้ายเราเสียเอง ส่วน รปภ. ก็จะรู้สึกว่าการทำงานไม่ได้ใช่อาชีพที่ต่ำเตี้ยเพราะพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างดี อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกน้อยใจเหมือนกับ รปภ. ที่อื่นที่เคยมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ว่าถึงขนาดด่าทอ และชกต่อยกับลูกบ้าน

              คนที่อยู่ในสังคมหมู่บ้านที่มี รปภ. คอยดูแลความสะดวกและความปลอดภัยให้ควรเอาแบบอย่างหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะถ้าเราดีกับเขา ไม่ได้มองเขาว่าเป็นคน คนละชั้นกัน อยู่ด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน สังคมเราน่าอยู่แน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง