ความรักความเข้าใจ

ความรักและความเข้าใจเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและจำเป็นต้องให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องนี้มากๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นความรักรูปแบบไหนล้วนก็ต้องมีความอกเข้าใจทั้งนั้น และการที่จะสามารถเข้าอกเข้าใจได้นั้นจะต้องมีการเรียนรู้และศึกษาซึ่งการเรียนรู้และศึกษาจนกว่าจะสามารถเข้าใจได้นั้นต้องใช้เวลามากกว่าการที่จะรักเสียอีก และแน่นอนว่าหากคนเรานั้นมีเพียงแต่ความรักหากไม่มีความเข้าใจความรักนั้นก็อาจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

นอกจากความรักที่มีให้ความเข้าใจนั้นสำคัญยิ่งกว่า และทั้งสิงอย่างควนจะเป็นเส้นขนาดและควบคู่กันไปเพื่อให้คนสองคนหรือคนในครอบครัวเกิดจุดตรงกลางหรือความบาลานซ์นั่นเอง อย่างที่บอกว่าความรักและความเข้าใจนั้นมีหลายรูปแบบและสิ่งที่ทำให้เกิดความยากในความรักคือความเข้าใจนั่นเองและมีความยากเพิ่มขึ้นไปอีก

จากการที่แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เช่นความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างในเรื่องการแสดงออก เป็นต้น เมื่อทุกคนมีความแตกต่างจึงทำให้สิ่งที่แสดงออกมาหรือสิ่งที่กระทำต่อคนตรงข้ามนั้นอาจจะไม่สอดคล้องกัน จึงนำมาซึ่งความไม่เข้าใจกันนั่นเอง ดังนั้นแล้วเมื่อการความไม่เข้า การแก้ไขที่ดีที่สุดเมื่อเกิดปัญหา คือการพุดคุยกัน และใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ด้วย

เพื่อให้อีกฝ่ายสามารถเข้าใจได้ว่าควรมีการปรับหรือแก้ไขอย่างไรและอีกฝ่ายก็ต้องยอมรับฟังฝ่ายต้องตรงข้ามเช่นกัน ไม่ใช้เพียงแต่ว่าให้แต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นพยายามที่จะเข้าใจเราอยู่ฝ่ายเดียว แต่เราต้องเข้าใจฝ่ายตรงข้ามด้วยเช่นกัน 

เมื่อมีการพูดคุยกันด้วยเหตุผล เราก็จะได้ทราบว่าสิ่งที่เราไม่เข้าใจนั้นเราสามารถเข้าใจได้หรือไม่และเมื่อมีการปรับปรุงแก้ไขแล้ว ความรักนั้นสามารุเดินไปต่อได้ไหม สำหรับความรักแล้วนั้นจะมีเรื่องที่ต้องค้นหาและต้องทำความเข้าใจมันตลอดเวลา ความรักความเข้าใจนี้ไม่ได้เจาะจงเฉพาะความรักในวัยรุ่นหนุ่มสาวหรือความรักของคนสองคนเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงความรักในครอบครัวความรักจากพ่อแม่ลูก ก็ถือเป็นความรักที่ต้องทำความเข้าใจและมีการเรียนรู้ตลอดเวลาเช่นกัน

ดังนั้นแล้วเมื่อเรารู้จักความรัก ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหนสิ่งที่สำคัญและเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงความรักใหญ่เจริญเติบโตอยู่เสมอคือความเข้าใจนั่นเอง เข้าใจทั้งเค้าเข้าใจทั้งเราและเรียนรู้ในกันและกัน เมื่อมีความเข้าใจแล้วสิ่งที่เราจะได้รับคือความเชื่อใจจากอีกฝ่าย และทำให้ความรักนั้นยังสามารถดำเนินต่อไปได้เชื่อว่าความรักยังไงก็ยังเป็นสิ่งที่สวยงามและเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เสมอ 

 

สนับสนุนโดย  ae sexy

แบงค์ วงแคลช หนึ่งในดาราที่เลิกบุหรี่ได้จริง

ใครจะเชื่อละ มาดหนุ่มแบดบอย พี่แบงค์ วงแคลช สุดยอดแห่งนักร้องแห่งยุค เรียกได้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้กับสมัยที่แล้วนั้น ไม่มีใครไม่รู้จักพี่แบงค์ คนนี้อย่างแน่นอน ด้วยการทำบทเพลงที่เป็นตำนานให้กับวงร็อคของประเทศไทยหลายต่อหลายเพลง แล้วก็เป็นทั้งแรงบันดาลใจให้อีกหลายๆคน

ลุกขึ้นมาสู้เพื่อฝันของตัวเองอีกด้วย ซึ่งพี่แบงค์ วงแคลช คนนี้ก็ได้สร้างตำนานของตัวเองจากวงแคลช ก็เลยมีคำมาต่อท้ายชื่อแบบนี้ จำง่ายดี ถึงแม้ว่าพี่เขานั้นจะได้เปลี่ยนลุคของตัวเองเป็นเหมือนนักร้องสไตล์แรป อีกทั้งยังมีเพลงสไตล์แรปๆโผล่มาเพียบด้วยเช่นกัน แต่นั้นก็ยังไม่เท่ากับที่เขาได้สร้างสรรค์เพลงกับวงแคลช รวมถึงบางเพลงที่เริ่มมีบทแรปเข้ามาเรื่อยๆด้วย ก็ได้เริ่มปรับเปลี่ยนประวัติศาสตร์วงแคลชใหม่ ถึงอย่างนั้นก็ยังดังเป็นพลุแตกเช่นเดิม

เราจะทราบกับดีว่า พี่แบงค์นั้นมีลุคที่ดูเหมือนแบดบอยหน่อยๆ ก็คือดูไม่น่าไว้ใจ ดูอันตราย แต่หล่อเร้าใจ อะไรประมาณนั้น จริงๆแล้วช่างตรงกันข้ามกับตัวเขาเองในขณะนี้เลยนะ อาจจะเป็นเพราะว่าได้ผ่านจุดนั้นมาแล้วก็ได้ อย่าลืมละว่า พี่แบงค์ วงแคลช นั้นคือร็อคสตาร์ ที่เป็นชาวร็อคที่ไม่ว่าจะชาติไหนๆ

ก็มักจะทำตัวสังสรรค์แบบสุดเหวี่ยง กินเหล้าดูดบุหรี่แบบไม่บันยะบันยังเลยทีเดียว แล้วนั้นก็ทำให้พี่แบงค์ก็เคยยื่นอยู่จุดนั้นด้วยเช่นกัน แต่การเดินทางอันแสนยาวนานของหนุ่มร็อคสตาร์ผู้นี้ ก็ได้มาถึงจุดที่อิ่มตัว และได้ค่อยๆลดสิ่งเหล่านั้นลงเรื่อยๆ อยู่เป็นนิจ แล้วพอวันที่พี่แบงค์พร้อมที่จะสร้างครอบครัว เขาก็มีแนวคิดที่ว่า ก่อนจะดูแลใครก็ตาม ต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน

และดูแลตัวเองให้มีอายุยืนยาวพอที่จะมั่นใจได้ว่า เราจะดูแลคนที่เรารักได้นานที่สุดนั้นเอง แล้วนั้นก็ถือเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมและน่าเอาอย่างมากๆ ตอนนี้พี่แบงค์ของเราก็ได้เดินหน้าสู่การมีครอบครัวและอยู่อย่างมีความสุข ทำงานทีรัก ตามฉบับผู้ชายในอุดมคติแล้วล่ะ ไม่ใช่ร็อคสตาร์คนเดิมอย่างที่เราได้สร้างภาพลักษณ์ให้อีกแล้ว

เป็นความกล้าหาญอย่างมากสำหรับความคิดที่ดีอันนี้ของพี่แบงค์ ต้องบอกเลยว่าพอได้ทราบถึงเรื่องนี้ถึงกับมองพี่แบงค์ใหม่เลย สลัดภาพเก่าๆของร็อคสตาร์ที่แค่เอาแต่ปาร์ตี้เหมือนในหนังออกไปเลย เอาจริงๆแล้วก็ไม่ได้ไปรู้ชีวิตเขาหรอกว่าเขานั้นใช้ชีวิตแบบร็อคสตาร์ขนาดนั้นรึปล่าว แต่มันเป็นภาพลักษณ์ของคำคำนี้อะนะ ก็คงเข้าใจ ขอนับถือในความคิดที่จะเลิกบุหรี่อันนี้เลยครับ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   แทงบอลออนไลน์

ความรู้เกี่ยวกับดอกอัญชันที่เราไม่ควรรู้

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่นั้นจะรู้แค่การที่เราเอาดอกอัญชันนั้นมาบีบน้ำเผื่อที่จะเอาสีของดอกอัญชันนั้นมาทำเป็นขนมหรือว่าเราต้องการที่จะมาใส่สีผสมอาหารนั้นก็แล้วแต่ว่าเราต้องการที่จะเอามาทำอะไรกัน  เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่เอาสีของ ดอกอัญมาทำเป็นเป็นขนมที่เราสามารถที่จะเอาทำได้เพราะว่าด้วยสีสันที่สวยงามและเราสามารถที่จะเลือกหรือว่ารับประทานกันได้  และเรื่องของสรรพคุณของดอกอัญชันนั้นมีอะไรที่เรานั้นควรที่จะรู้กัน  

        ซึ่งดอกอัญชันนั้นมีสีออกน้ำเงินหรือว่าสีม่วงที่เราเห็นตามคันรั้วตามบ้านซึ่งดอกนั้นเราสามารถที่จะเอามาบำรุงให้เส้นผมของเรานั้นแข็งแรงเงางามได้อีกด้วย  และนอกจากนี้นั้นยังช่วยในเรื่องของการที่เราเอามาทาคิ้วเพื่อที่จะให้ขนของคิ้วของเรานั้นดก    ช่วยในเรื่องของการที่เราจะมาบำรุงสายตาได้อีก   อย่างนี้เป็นต้น   ซึ่งดอกอัญชันนั้นเป็นสมุนไพรที่เรานั้นรู้อยู่แล้ว่าเป็นสมุนไพรมาตั้งแต่โบราณ  

ประโยชน์ของดอกอัญชันที่เราควรที่จะรู้  

ประโยชน์ของดอกอัญชันนั้นมีความหลากหลายและเยอะมากที่เราสามารถที่จะเอามาใช้ในร่างกายของเราว่าง่ายๆนั้นตั้งแต่เส้นผมยันจนปลายเท้านั้นเลยก็ว่าได้  

 

  • ลดอาการฟกช้ำ  ในดอกอัญชันนั้นสามารถที่จะช่วยในเรื่องของอาการฟกช้ำนั้นได้เพราะว่าในดอกอัญชันนั้นมีสารแอนโทไซยานินที่เป็นตัวการของการไหลเวียนของเลือดนั้นได้ดีกว่า เพื่อที่จะให้เซลล์ในร่างการที่เรามีอาการฟกช้ำนั้นลดลงได้  
  • บำรุงร่ากาย  ดอกอัญชันนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ   วึ่งจะช่วยในเรื่องของการที่ช่วยลดอาการแก่ก่อนไวได้ด้วย  ช่วยในเรื่องของการป้องกันให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรง  บำรุงผิวพรรณของเรานั้นให้อ่อนเยาว์  และนอกจากนี้นั้นยังช่วยในเรื่องของการบำรุงสมองนั้นอีกด้วย   ช่วยในเรื่องของการลดระดับเมล็ดเลือดในน้ำตาลนั้นอีกด้วย  และยังมีประสิทธิภาพในการที่ขับสารพิษนั้นออกจากร่างกาย  
  • ทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นหายใจสะดวก  ในดอกของอัญชันนั้นสามารถช่วยในเรื่องของการลดอาการที่เราเป็นหอบหืดนั้นได้ด้วย  เพราะว่าในสรรพคุณของดอกนั้นเป็นที่เรารู้อยู่แล้วว่าสามารถที่จะล้างสารพิษในร่างกายได้  ดังนั้นเมื่อเรากินดอกอัญชันไม่ว่าจะเป็นสดหรือว่าน้ำ  หรือว่าเราจะเอาไปต้มนั้นก็จะช่วยในการลดอาการของอาการหอบหืดนั้นได้   และจะทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนโดย  Holiday Palace

 

 

ซากสงครามและความเจ็บปวด

       หลายๆคนคงเคยเดินทางไปยังจังหวัดกาญจนบุรีนอกจากแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่มีอยู่มากมายแล้วก็ยังมีพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก คืออีกแห่งหนึ่งที่หากใครพลาดการไปเที่ยวชมคงน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง พิพิธภัณฑ์สงครามคือสถานที่จัดแสดงภาพบรรยากาศของเค้าจังเลยศึกสงครามโลกครั้งที่สอง

เป็นแหล่งเก็บรวบรวมภาพวาดและภาพถ่ายตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้อาวุธปืนและลูกระเบิดที่ใช้ในสมัยนั้นซึ่งปัจจุบันเหลือไว้เพียงเรื่องราวเล่าขาน ย้อนกลับไปในอดีตการเกณฑ์ทหารสัมพันธมิตรมาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ ผ่านกาญจนบุรีไปประเทศพม่าของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นเหตุให้เฉยศึกพันธมิตรเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมากด้วยผลพวงความทารุณของสงครามและโรคภัยไข้เจ็บ

ในครั้งนั้นกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตรได้แก่ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลียและฮอลันดามาสร้างทางรถไฟซึ่งมีช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่โดยทางรถไฟสายหนึ่งเริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านเข้ากาญจนบุรีข้าแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกผ่านด่านเจดีย์สามองค์จนถึงปลายทางที่เมืองตันบีอูซายัดประเทศพม่า 

      สงครามโลกครั้งที่สองระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ.1939 สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1945 มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากเป็นสี่เท่าของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งคู่สงครามทุกฝ่ายทหารเสียชีวิตประมาณ 15 ล้านคน พลเรือนเสียชีวิต 12 ล้านคน คนค่าเสียหาย 1,154,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศที่มีคนตายมากกว่าล้านคน เรียงลำดับคือโซเวียต เยอรมันนี จีน ญี่ปุ่น มีประเทศเข้าร่วมสงคราม 29 ประเทศมีการลบดุเดือดได้ทั้งสามสมรภูมิยุโรป เอเชียตะวันออก 

แปซิฟิก แอฟริกาเหนือ แบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายอักษะสามประเทศ ได้แก่ เยอรมันนี อิตาลีและญี่ปุ่นส่วนอีกฝ่ายคือฝ่ายพันธมิตรมีทั้งหมด 26 ประเทศประกอบไปด้วย อังกฤษ  ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา โซเวียตจีน และพันธมิตร วิกฤตการณ์ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มต้นในแมนจูเรียค.ศ. 1931

เมื่อประเทศญี่ปุ่นบุกเข้าไปในรัฐแมนจูเรีย สมัยประธานาธิบดีจียงไคเช็ค อ้างการระเบิดทางรถไฟของญี่ปุ่นและตั้งแมนจูเรียเป็นรัฐเอกราชจากจีนมีชื่อว่ารัฐแมนจูกัว จากนั้นได้เกิดวิกฤติการณ์ในเอธิโอเปีย ค.ศ. 1934 ประเทศอิสเตอรี่เป็นผู้ก่อบุกเข้ายึดเอธิโอเปียที่มีถ่านหินและป่าไม้มาเป็นอาณานิคมได้สำเร็จในปีค.ศ. 1936 ติดตามด้วยวิกฤตการณ์ในโปแลนด์ค.ศ. 1939 ประเทศเยอรมันนีเป็นผู้กองบุกเข้ายึดเมืองดานชิคในโปแลนด์ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมเหล็กอันเป็นชนวนใหญ่ของสงครามโลกครั้งที่สอง

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ดู E-SPORT

เฉาก๊วยนมสด

พูดถึงเฉาก๊วยนมสดแล้วมันช่างเข้ากับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเราจริงๆเลยว่ามั้ยค่ะ เฉาก๊วยหวานมันเย็นๆ มันช่างน่ากินซะเหลือเกินแต่เห็นแบบนี้เฉาก๊วยของเราก็แอบมีประโชยน์นะค่ะเพราะตัวเฉาก๊วยนั้นมีสรรพคุณแก้ร้อนใน บรรเทาอาการหวัด ลดไข้ตัวร้อน ช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการเบื่ออาหาร แก้ปวดท้องมวนท้อง

และยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โอ้ยเยอะแยะมากมายนี่ยังไม่หมดนะค่ะเอามาคร่าวๆเท่านั้นหลายคนคงอยากจะกินแล้วแต่บางทีไปหาซื้อทานเองก็ไม่อิ่ม ซื้อหลายแก้วก็แพง วันนี้ดิฉันจะมานำเสนอสูตรเฉาก๊วยนมสดแสนอร่อยทำทานเองที่บ้านได้ทุกวันเลยค่ะเรามาเตรียมวัตถุดิบกันค่ะ

1.เฉาก๊วย (หาซื้อตามห้างได้เลยค่ะมีทั้งแบบหั่นเต๋า และแบบเป็นก้อนใหญ่มาหั่นเอง)

2.น้ำตาลอ้อย (หาซื้อในห้างได้เช่นกันค่ะ)

3.นมข้นหวาน

4.นมสด (แบบพาสเจอร์ไรส์ หรือนมสดแท้ก็ได้ตามชอบเลยค่ะ)

5.นมข้นจืด

6.น้ำแข็งป่น

ได้วัตถุดิบครบแล้วเรามาเริ่มกันเลยนะค่ะ ขั้นแรกก็เทนมสดใส่แก้วชงก่อนนะค่ะถ้าแก้วไม่ใหญ่สัก 16 ออน ก็เทนมไป100 ml ค่ะ จากนั้นตวงนมข้นหวานใส่ลงไปสัก 3-4 ช้อนชา ตามชอบเลยค่ะใครชอบหวานก็ใส่ 4 ใครไม่ชอบหวานก็สัก 2 ช้อนชาก็พอค่ะหากใครอยากเพิ่มความมันก็เติมนมข้นจืดไปอีกสักหน่อยนะค่ะ จากนั้นก็คนๆให้เข้ากันเลยค่ะ เตรียมแก้วใส่น้ำแข็งไว้รอเลยค่ะ เทใส่แก้ว อ่อลืมบอกไม่ต้องใส่น้ำแข็งจนเต็มนะค่ะ

เพราะเดี๋ยวจะล้นค่ะ เทใส่แก้วเรียบร้อยก็ตักเฉาก๊วยใส่ตามใจชอบเลยค่ะ ตามด้วยนมข้นจืดราดเล็กน้อยแล้วก็ตบท้ายด้วยน้ำตาลอ้อย หอมหวานเย็นชื่นใจอย่าบอกใครเลยค่ะ เฉาก๊วยที่เหลือมัดให้แน่นใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาก็พอนะค่ะเก็บได้เป็นอาทิตย์เลย ทีนี้ก็ทำทานเองได้ทุกวัน ไม่ต้องไปง้อร้านเลยใช่มั้ยค่ะแถมยังทำให้เด็กๆกินได้ด้วยนะค่ะชวนเขาทำด้วยจะได้มีกิจกรรมทำในวันหยุด สนุกด้วย อร่อยด้วย มีประโยชน์อีกด้วยนะค่ะ

 

สนับสนุนโดย   ดูบอล

เที่ยวหัวหิน

หัวหินจัดว่าเป็นหาดชื่อดังในอำเภอชะอำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นเองซึ่ง หัวหินนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมาก

เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีที่พักต่างๆอยู่มากมายและที่พักที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ติดกับชายหัดหัวหิวหรือชายหาดชะอมนั่นเอง นอกจากหัวหินจะมีทะเลที่สวยงามแล้วยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจไม่ว่าจะเป็นตลาดโต้รุ่งหัวหิน ชิคาด้ามาร์เก็ตและยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของไทย

อย่างอุทยานราชภักดิ์ที่มีการจำลองรูปปั้นขนาดใหญ่ของบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยนั่นเอง หัวหินนั้นยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก เนื่องจากหัวหินนั้นอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพขับรถเพียง2ชั่วโมงเท่านั้นและสามารถเดินทางได้ง่ายสะดวกและที่สำคัญสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ทั้งปี

ถึงแม้ทะเลหรือชายหาดหัวหินนั้นอาจจะไม่ได้มีความงดงามหรือสวยงามเท่าทะเลหรือชายหาดอื่นๆ แต่ถ้าหากได้มองลงมาจากมุมสูงๆนั้นทะเลและชายหาดหัวหิวและชายหาดชะอมนั้นมีความสวยงามอย่างน่าตื่นเต้นเลยทีเดียว เพราะเป็นทะเลที่มีลักษณะเป็นคล้ายอ่าวและกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง การที่สามารถมองวิวจากมุมสูงได้นั้นก็สามารถมองได้

จากโรงแรมที่มีความสูงหรืออีกหนึ่งสถานที่ที่แนะนำและเป็นที่นิยมอย่างมากเมื่อนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่หัวหินแล้วไม่พลาดที่จะไปชมวิว360องศาก็คือวัดเขาตะเกียบนั่นเอง ซึ่งสามารถเดินทางได้ง่ายสามารถขับรถหรือมีรถโดยสารรับจ้างในการพาขึ้นไปด้วย โดยวัดนั้นจะตั้งอยู่บนเขาและภายในวัดจะมีสองโซนที่สวยงามก็คือด้านหน้าและด้านหลังวัดนั่นเอง ซึ่งบริเวณด้านหน้าจะเป็นวิวทะเลในมุมที่สูงมากๆ

และทำให้เห็นวิวทะเลของชายหาดหัวหินชายหาดชะอำได้อย่างโดยรอบ และด้านหลังวัดก็มีโขดหินและต้นกระบองเพชรที่สวยงามและแปลกตาอย่างมาก แต่อาจจะต้องระวังในเรื่องการเดินเพราะทางเดินลงไปนั้นก็อาจจะค่อนข้างชันมากทีเดียวและแน่นอนว่าเมื่อมาถึงหัวหินและวัดแห่งนี้แล้วสิ่งที่พลาดได้นกจากการชมวิวก็คือการไหว้พระขอพรนั่นเอง

ไหว้พระขอพรเสร็จแล้วก็สามารถมาแวะถ่ายรูปกับสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างอุทยานราชภัทดิ์ได้ ซึ่งถือว่าอุทยานแห่งนี้นั้นก็เป็นสถานที่ที่มาหัวหินแล้วก็ห้ามที่จะพลาดเลยทีเดียว นอกจากจะได้ความสามารถของช่างปั้นที่เก่งแล้วยังได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ไทยอีกด้วย หลังจากเที่ยวอุทยานเสร็จแล้วก็สามารถแวะหาของกินอร่อยๆได้ที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน ซึ่งเป็นตลาดที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวยิ่งถ้าเป็นวันหยุดก็จะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเยอะเป็นพิเศษด้วย

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

เมื่อเข้าหน้าร้อนทำไมสิวชอบขึ้น

  ว่าด้วยเรื่องของสิวเมื่อเข้าอากาศที่ร้อนทำไมต้องสิวขึ้นทุกทีเรานั้นจะมีวิธีในการที่จะรับมือได้อย่างไรบ้างไปอ่านกัน 

  •  ว่าด้วยเรื่องสิวที่มาพร้อมกับหน้าร้อน  และสิวในหน้าร้อนมักจะมาเป็นสิวผดผื่นเล็กๆที่ขึ้นได้อยู่บริเวณใบหน้า  เกิดจากเหงื่อที่เราไหลนั้นไปอุดตันรูขมขนจึงทำให้เกิดสิวขึ้นมาได้  ดังนั้นเราก็ไม่ควรที่จะแปลกใจว่าทำไมเราจึงเป็นสิวในหน้าร้อน  
  •  สิวที่พร้อมจะแปลงร่างเป็นสิวหนองได้ทุกเมื่อ  และสิวในหน้าร้อนนั้นก็มีอยู่อีกชนิดหนึ่งก็คือสิวเทียม  คือเป็นการอุดตันของเหงื่อที่มากกว่าการอุดตันของไขมันก็เลยที่จะแตกต่างกันเพราะว่าสิวแบบนี้จะเป็นสิวที่เป็นหนองเมื่อสิวเทียมรวมตัวกับเชื้อแบคทีเรียก็จะกลายมาเป็นสิวหนองได้ทันที 
  • การที่เราล้างหน้าบ่อยๆนั้นไม่ดี  ถึงแม้ว่าจะเป็นอากาศที่ร้อนแต่ว่าการที่เราล้างหน้าบ่อยๆนั้นก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสมการที่เราล้างบ่อยก็อาจจะทำให้เราเป็นสิวได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในบางครั้งการที่เราล้วงหน้าด้วยโฟมก็เป็นการที่เราไปกระตุ้นให้ใบหน้าของเราเกิดการเป็นสิวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น   แต่ว่าการที่เราล้างหน้าด้วยน้ำเปล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะล้างเครื่องสำอางนั้นได้ออกหมดดังนั้นเราควรที่จะใส่ใจในการล้างหน้าเพราะว่าเป็นอีกวิธีในการที่ทำให้สิวขึ้นมากกว่าเก่า 
  • การที่เราหยุดแต่งหน้า  อันนี้ก็เป็นอีกวิธีในการที่เราช่วยลดอาการที่เกิดจากการเป็นสิวได้อย่างดีเพราะว่าการที่เราแต่งหน้านั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว   ในการที่เราหยุดแต่งหน้าก็เป็นการที่เราได้พักหน้าของเราแต่ว่าเราควรที่จะทาครีมบำรุงหรือว่าครีมกันแดดเพื่อที่เวลาเรานั้นออกจากบ้านเราเจอแสงแดดจะได้ช่วยได้  ส่วนใครที่ทาครีมกันแดดแล้วเกิดอาการที่เรานั้นแพ้ก็ควรที่จะหยุดทาครีมกันแดดและเราก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงในการที่เราจะออกแดดนั้นด้วย  
  • พบหมอ  สิวในหน้าร้อนที่เราเป็นกันนั้นอาจจะเกิดจากการที่เราออกไปที่ร้อนๆเรานั้นก็ลองปรับเปลี่ยนไปอยู่ในสถานที่อุณหภูมิที่ปกตินั้นอาจจะหาย  หรือว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเรานั้นเปลี่ยนครีมทาหน้าหรือเปล่าดังนั้นเราก็ควรที่จะดูแลและสังเกตว่าเรานั้นเป็นอะไร  แต่ถ้าอาการที่เราเป็นคือว่าสิวขึ้นแล้วไม่ค่อยที่จะหายนั้นเราก็ควรที่จะไปปรึกษาหาหมอเพื่อที่จะได้รักษาเพราะว่าในบางคนนั้นเมื่อเป็นสิวเกิดอาการจิตตกเลยดังนั้นเราก็พยายามที่จะดูแล

 

สนับสนุนโดย  ufabet168 ทางเข้า

Clarke Quay คลาร์กคีย์

FORT CANNING PARK สวนสาธารณะแห่งนี้มีความหมายว่าเนินเขาต้องห้าม คนโบราณเชื่อว่าเป็ฯที่ฝังพระศพของกษัตริย์มาเลย์พระองค์หนึ่ง จึงไม่มีใครกล้าตั้งรกรากบริเวณนี้ กระทั่งเซอร์สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ ผู้มีความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ได้เล็งเห็นพรรณไม้ใหญ่มากมายบนเนิเขา จึงเริ่มแผ้วถางที่ทางเปลี่ยนเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของสิงคโปร์ พร้อมกับสร้างบ้านพักของท่านเอง

ปัจจุบันฟอร์ตแคนนิงเป็นปอดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง เชื่อมพื้นที่ถนนออร์ชาร์ด ซิตี้ฮอลล์ และคลาร์กคีย์เข้าด้วยกัน ด้วยความสูงจากพื้นดินประมาณ 60 เมตร เราจึงมองเห็นวิวเมืองในบางจุดได้ การเดินเล่นในสวนแห่งนี้ควรเตรียมรองเท้าลุยให้พร้อม เพราะหลายช่วงต้องเดินขึ้นลงเขาบันไดหลายสิบขั้น

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของสวนแห่งนี้ประกอบด้วย Battle Box ห้องบัญชาการใต้ดินลึก 9 เมตร ใช้เป็นที่หลบระเบิดและสั่งการในช่วงสงคราม Spice Garden พื้นที่ซึ่งเคยเป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของสิงคโปร์ และ Fort Canning Centre อาคารสีขาวสูงเด่นซึ่งมีพรรณไม้รายล้อม ที่นี่ต้องลงสถานี Dhoby Ghaut ที่ทางออก B หรือทางออก C ก็ได้ และที่นี่ก็เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

NATIONAL MUSEUM OF SINGAPORE แม้จะอายุเพียงสี่สิบปลายๆ แต่สิงคโปร์ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวให้คนรุ่นหลังได้จดจำกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีอายุเก่าแก่ที่สุดของเมือง ตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยโดมกระจำสูงและบันไดวนรูปแบบวิกอเรียแกลเลอรี่สำคัญ ได้แก่ Singapore History Gallery

เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของประเทศ และ Singapore Living Galleries ซึ่งเป็นห้องรวบรวมรูปภาพและข้าวของเครื่องใช้ไปจนถึงประวัติอาหารท้องถิ่นต่างๆ ก่อนกลับแวะชม Museum Shop ร้านขายของที่ระลึกบนชั้นหนึ่ง รวบรวมสินค้าดีไซน์น่ารักและสร้างสรรค์ของเหล่านักออกแบบชาวสิงคโปร์

ลงสถานี City Hall ที่ทางออก B ได้เลยที่นี่จะเปิดทุกวันเวลา สิบโมงเช้าถึงสองทุ่ม มีค่าตั๋วเข้าหน่อยนะ ผู้ใหญ่เสีย 10 เหรียญ นักเรียน 5 เหรียญ แต่ถ้ามาเป็นครอบครัวไม่เกินห้าคนก็จะเสียรวมกันเลยเป็น 30 เหรียญ แต่ถ้ามากกว่านั้นก็คงจะต้องคิดเป็นคนๆไปอีก แต่ว่าเวลาหกโมงเย็นถึงสองทุ่มจะมีบริการเข้าฟรีด้วยล่ะ

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

เดินสายทำบุญ 9 วัดในจังหวัดนนทบุรี

เชื่อว่าการทำบุญใครใครก็มักจะทำบุญเพื่อให้ผลบุญส่งผลให้มีแต่ความสุขในชีวิตไปได้ความเจริญก้าวหน้าซึ่งแทบทุกจังหวัดมักจะมีวัดที่เป็นวัดที่ขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดนั้นอยู่แล้วได้วันนี้เราจะมาแนะนำการท่องเที่ยวของจังหวัดนนทบุรี

ซึ่งเราจะพาเที่ยววัดเก้าวัดที่คนนิยมไปเที่ยวกันเพื่อกลับไหว้เคารพบูชาพระพุทธรูปและชมความงามของวัดมีวัดไหนบ้างที่ผู้คนนิยมไปกันเป็นจำนวนมากเราตามไปดูกันเลยค่ะ    

1 วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหารที่วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนนทบุรีเลยก็ว่าได้เพราะที่มีการสร้างวัดแห่งนี้มามากกว่า 100 ปีมาแล้วโดยที่วัดแห่งนี้ถูกสร้างมาสองสมัยติดต่อกันซึ่งเริ่มสร้างมาในสมัยรัชกาลที่สามแต่ยังสร้างไม่เสร็จก็ทรงสวรรคตเสียก่อนต่อมารัชกาลที่สี่จึงได้ทรงสร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์ซึ่งที่วัดแห่งนี้มีความงดงามเป็นอย่างมากเพราะมีการนำศิลปะของทั้งจีนและไทยมาผสมกัน

2 วัดชลประทานรังสฤษฎ์ที่วัดแห่งนี้มีพระปัญญานันทะภิกขุเป็นเจ้าอาวาสซึ่งท่านเป็นพระนักเทศน์รุ่นใหม่ที่เมื่อใครได้ฟังก็สามารถเข้าถึงธรรมะได้อย่างง่ายดายผู้คนส่วนใหญ่ที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงมักแวะเวียนมาทำสินสมาธิที่วัดแห่งนี้กันเป็นประจำ

3 วัดชลอที่วัดแห่งนี้มีความสวยงามไม่แพ้กับวัดใดโดยที่วัดแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ตัวพระอุโบสถซึ่งจะตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงส์ซึ่งบนโบสถ์จะมีหลวงพ่อดำเป็นพระประธานอยู่ที่นั่น

4 วัดสังฆทานที่วัดแห่งนี้ประชาชนส่วนใหญ่จะเน้นมาทำบุญปฏิบัติธรรมมีเสียงเล่าลือกันว่าที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่คนข้างศักดิ์สิทธิ์ส่วนใหญ่ก็จะมาพากันมากราบไหว้หลวงพ่อโต

5 วัดละหารเป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งเชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่หนึ่งโดยเมื่อก่อนมีชื่อเรียกว่าวัดลาวแต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ห้าได้มีการเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ว่าวัดราชบัญหารและมีการออกเสียงเพี้ยนจนมาเป็นวัดละหารซึ่งที่วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากและเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวจังหวัดนนทบุรี

6 วัดบางจากเป็นอีกวันที่มีความเก่าแก่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยปีพ.ศ. 2365 เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซึ่งจะมีพระองค์ใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาผู้คนต่างนิยมมากราบไหว้ที่วัดแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก

7วัดบางไผ่อีกหนึ่งความงดงามและความเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม

8 วัดกู้หรืออีกชื่อที่เรียกว่าวัดพระนางเรือร่มเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและมีพระเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีเป็นวัยที่สมควรที่จะมากราบไหว้พระเป็นอย่างยิ่ง

9 วัดตะเคียนเป็นอีกวันที่มีอายุมากกว่า 100 ปีถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้าประชาชนให้ความเคารพนับถือและมาทำบุญที่วัดแห่งนี้กันเป็นประจำ

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ufabet

ประเทศที่มีความสุขที่สุขในโลกปี 2019

เพื่อนๆ เคยรู้หรือเคยสงสัยมั้ยว่า บนโลกใบนี้ของเราที่มีอยู่ประมาณเกือบ 160 ประเทศทั่วโลกนั้น ประเทศไหนเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุขในโลก ซึ่งมืสื่อชื่อดังจากอเมริกาได้ทำการสำรวจจากดัชนีชี้วัดในเรื่องของความเป็นอยู่ สภาพสังคมและเศรษฐกิจ รายได้ และการดำรงชีวิตของประชากร รวมถึงความน่าอยู่และการปกครองของแต่ละประเทศ ซึ่งจะมีประเทศไหนบ้างนั้นเรามาลองดูกัน

 

ประเทศออสเตรีย จากจุดเด่นของเมืองเวียนนา ที่มีความสงบและสวยงาม มีความแข็งแกร่งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งประเทศออสเตรียนั้นถูกจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีค่าเล่าเรียนถูกมาก ซึ่งนักศึกษาชาวต่างชาติจึงมักจะมาเรียนที่นี่ และออสเตรียยังถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีมนต์เสน่ห์ ทั้งทางด้านเสียงดนตรีและศิลปะอีกด้วย

ประเทศแคนาดา เป็นประเทศในทวีปอเมริกา เป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อีกทั้งประเทศนี้ยังมีภูมิศาสตร์ที่หลากหลายและน่าสัมผัส อีกทั้งจุดแข็งของประเทศนี้คือด้านการปกครองและสภาพเศรษฐกิจที่ดีอยู่ทุกปี 

ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศศูนย์สูตร และมีประชากรเพียงน้อยนิด ทำให้ไม่รู้สึกแออัด และมีความปลอดภัยทางด้านทรัพย์สินและชีวิตสูงมาก มีความเป็นธรรมชาติ ที่น่าอยู่เป็นอย่างมาก

ประเทศสวีเดน ตั้งอยู่แถบสแกนดิเนเวีย เป็นประเทศที่ค่อนข้างใหญ่และประชากรไม่เยอะนัก และคนที่นี่มักจะให้ความเคารพซึ่งกันและกัน 

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสวรรค์บนดิน เพราะโอบล้อมไปด้วยภูเขา และธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยมาก

ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองหลวงคืออัมเตอร์ดัม ซึ่งคนที่นี่จะสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก มีการรณรงค์ใช้จักรยานในการเดินทางเพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ทำให้อากาศที่นี่ค่อนข้างบริสุทธิ์ และคนที่นี่ส่วนใหญ่จะมีทัศนคติและอัธยาศัยที่ดี 

ประเทศไอร์แลนด์ ประเทศนี้มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก และมีวัฒนธรรมและศิลปะของตัวเองที่เด่นชัด มีดนตรีไอริช 

ประเทศนอร์เวย์ ซี่งที่นี่เป็นประเทศที่ให้การยอมรับสิทธิเท่าเทียมของมนุษย์ ไม่ว่าชายหรือหญิง และที่นี่ยังมีความเป็นธรรมชาติผสมผสานกับความทันสมัย และอากาศที่บริสุทธิ์ น่าอยู่เป็นอย่างมาก

ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งประเทศนี้ เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง แต่ค่าครองชีพที่สูงนั้น กลับถูกใช้จากรัฐบาลที่ดีเยี่ยมทำให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่สมบูรณ์แบบในเรื่องการเมืองที่โปร่งใส ภาษีจากประชาชนถูกเปลี่ยนมาเป็นสวัสดิการของประชาชน และประเทศนี้ได้การยอมรับว่า มีกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนมากที่สุดในโลก

ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก